รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 74

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)

 

เวลาและสถานที่

        ประชุมเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550 เวลา 9.30 . ณ ห้องประชุมบริษัทฯ เลขที่ 451 ถนนลาซาล (สุขุมวิท 105) แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

 

กรรมการผู้เข้าร่วมประชุม

        1.     นายสานติ กระจ่างเนตร์                  ประธานคณะกรรมการบริษัท

        2.     นายประทีป วงศ์นิรันดร์                  กรรมการและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

        3.     นายวินัย วามวาณิชย์                     กรรมการและกรรมการตรวจสอบ

        4.     นายภมรศักดิ์ สุรคุปต์                     กรรมการและกรรมการตรวจสอบ

        5.     นายดนุช ยนตรรักษ์                       กรรมการและเลขานุการบริษัท

        6.     นายปรีดิ์ บุรณศิริ                          กรรมการ

        7.     นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์             กรรมการ

        8.     นายอำนาจ อินทรสุขศรี                   กรรมการ

        9.     นางจุไรรัตน์ ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา        กรรมการ

 

เริ่มการประชุม    เวลา 9.40 น.

 

กิจการเบื้องต้น

        นายสานติ กระจ่างเนตร์ ประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม  ประธานฯ กล่าวต้อนรับผู้ถือหุ้นและแนะนำกรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชีที่เข้าร่วมประชุม ประธานฯ แจ้งต่อที่ประชุมว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 74 มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองและโดยผู้รับมอบฉันทะรวม 40 ราย ถือหุ้นรวมกันเป็นจำนวน 320,289,755 หุ้น หรือเท่ากับร้อยละ 79.84 ของหุ้นทั้งหมดที่ออกโดยบริษัทฯ ถือว่าครบเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ

 

        ประธานฯ กล่าวเปิดประชุมเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระที่แจ้งในหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปีครั้งที่ 74 วิธีการปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระ ผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะที่ผู้ถือหุ้นให้สิทธิออกเสียงแทนนั้น ในกรณีที่ประสงค์จะลงคะแนนเสียงคัดค้านหรืองดออกเสียงสามารถที่จะลงคะแนนเสียงในบัตรลงคะแนนเสียงโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯจะนำมาตรวจนับคะแนนเสียงต่อไป ผู้ถือหุ้นทุกคนมีหนึ่งคะแนนเสียงต่อหนึ่งหุ้น ประธานฯ ขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาวาระการประชุมดังต่อไปนี้

 

วาระที่ 1      พิจารณาและรับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 73   ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549

 

        ประธานฯ ได้เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 73  
ที่ได้ประชุมเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549  ซึ่งได้แนบไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมแล้วจำนวนทั้งสิ้น 8 หน้าโดยขอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาสำเนารายงานการประชุมทีละหน้า
    และขอเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 73

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 73 ที่ประชุมเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549 ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

วาระที่ 2      พิจารณารับทราบรายงานประจำปี 2549 ของคณะกรรมการบริษัทฯ        

 

        ประธานฯ ขอให้ที่ประชุมพิจารณารายงานประจำปี 2549 ตามที่ได้ส่งไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม และขอให้ นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้นำเสนอผลประกอบการของบริษัทฯในปี 2549 ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

        ผลประกอบการประจำปี 2549 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 66 ล้านบาท และมีรายได้จากงานก่อสร้างจำนวน 4,837 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2548 จำนวน 1,214 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทฯ ในเรื่องของการเพิ่มรายได้   สัดส่วนรายได้จากงานก่อสร้างตามงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯในปี 2549 มาจากลูกค้าภาคเอกชน จำนวน 3,181 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 65.90 ของรายได้จากงานก่อสร้าง และจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจจำนวน  1,646 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.10 ของรายได้จากงานก่อสร้าง

       

        สัดส่วนรายได้จากงานก่อสร้างของบริษัทฯในปี 2549 แบ่งตามประเภทของงานดังนี้

        1.     Factories, Industrial             มูลค่า 1,079 ล้านบาท (22.36%)

        2.     Store, Warehouse                      มูลค่า   110        ล้านบาท (2.28%)  

        3.     Housing, Low-rise Buildings   มูลค่า 2,516 ล้านบาท (52.14%)

        4.     High-rise Buildings              มูลค่า   449        ล้านบาท (9.30%)

        5.     Civil, Marine Works              มูลค่า   672        ล้านบาท (13.92%)

        รายได้จากงานก่อสร้างของบริษัทฯ ในปี 2549 ที่ได้รับจากโครงการใหญ่ 10 อันดับแรก ได้แก่

1.

โครงการวางท่อให้กับ บมจ. อะโรเมติกส์ (ประเทศไทย)

725

ล้านบาท

2.

สนามกีฬาเมืองหลักเฉลิมฉลอง 333 ปี จ. นครราชสีมา 

480

ล้านบาท

3.

โครงการปรับปรุงและก่อสร้างอาคาร MCOT Complex I  

383

ล้านบาท

4.

โบ๊ทเฮ้าส์ หัวหิน

313

ล้านบาท

5.

สำนักงาน บมจ. ปตท. เคมิคัล 

223

ล้านบาท

6.

โครงการบางเทาบีชการ์เดนท์

178

ล้านบาท

7.

บ้านเอื้ออาทร อ. ศรีราชา

173

ล้านบาท

8.

สะพานข้ามแยก ถนนลาซาล

149

ล้านบาท

9.

โรงงานผลิตท่อเหล็กและคลังสินค้าของ บมจ. แปซิฟิก ไพพ์

145

ล้านบาท

10.

ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 303 พระประแดง-บางประกด

146

ล้านบาท

 

รวม

2,915

ล้านบาท

 

        สินทรัพย์ของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน คือ ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง 771 ล้านบาท และงานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา  1,045 ล้านบาท ในปี 2549 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจากปี 2548 จำนวน 433 ล้านบาท เนื่องจากมีสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้น  

 

        หนี้สินส่วนใหญ่ของบริษัทฯ เป็นเจ้าหนี้การค้าและต้นทุนงานก่อสร้างค้างจ่ายจำนวน 1,022 ล้านบาท ซึ่งไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย หนี้สินระยะยาวมีเพียงหนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและการเช่าการเงิน จำนวน 16 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเช่าซื้อเครื่องจักรและรถยนต์เท่านั้น

 

        ผู้ถือหุ้นสอบถามว่ามีโครงการอื่นอีกหรือไม่นอกเหนือจากโครงการ 10 โครงการดังกล่าว

 

        นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เรียนชี้แจงว่าได้รายงานเฉพาะโครงการใหญ่ 10 โครงการที่สร้างรายได้ 2,915 ล้านบาท รายได้จากงานก่อสร้างของโครงการที่เล็กกว่า 10 อันดับแรกมีมูลค่ารวมประมาณ 1,922 ล้านบาท ได้แก่โครงการที่มีมูลค่างานต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้ในปี 2549 ไม่ถึง 100 ล้านบาท เช่น โครงการโรงยิม โรงเรียนบางกอกพัฒนา โครงการคอนโดมิเนียม โอเชี่ยนพอร์ตโทฟิโน  โครงการซิกซ์เซ้นส์ (เกาะนาคาใหญ่) เป็นต้น

 

        ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดซักถามและแสดงความคิดเห็นใดเพิ่มเติม  ประธานฯ เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2549 ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

 

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

วาระที่ 3      พิจารณาอนุมัติ งบดุล งบกำไรขาดทุนและรายงานของผู้สอบบัญชี สำหรับรอบปีบัญชี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

 

        ประธานฯ ได้เสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณางบดุลและงบกำไรขาดทุนประจำปี 2549 ตามที่ปรากฏในรายงานประจำปีที่ได้ส่งให้กับผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม  ประธานฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดซักถามและแสดงความคิดเห็นใดเพิ่มเติม  จึงขอเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ งบดุล และงบกำไรขาดทุน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และรายงานของผู้สอบบัญชี

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติ งบดุล และงบกำไรขาดทุน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และรายงานของผู้สอบบัญชี ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

วาระที่ 4      พิจารณาและอนุมัติการจัดสรรกำไรเพื่อการจ่ายเงินปันผลและเงินสำรองตาม    กฎหมายประจำปี 2549

 

        ประธานฯ ขอให้ นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุมเกี่ยวกับการจัดสรรกำไรเพื่อเป็นสำรองตามกฎหมายและการจ่ายเงินปันผล ประจำปี 2549

 

        กรรมการผู้จัดการชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ในปี 2549 งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 51.55 ล้านบาท และไม่มียอดขาดทุนสะสม ดังนั้นบริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 33   ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พ.ศ. 2535  นอกจากนี้ตามกฎหมายบริษัทฯ ต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีเป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ จึงขอเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา ดังนี้

 

 

        1.     การจัดสรรกำไรสุทธิเป็นทุนสำรองตามกฎหมายเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิจำนวน 51.55 ล้านบาท เป็นจำนวนเงิน 2,577,369 บาท  ซึ่งเมื่อรวมกับทุนสำรองตามกฎหมายที่ได้จัดสรรไว้แล้วจำนวน 22,234,821 บาท รวมเป็นทุนสำรองตามกฎหมายทั้งสิ้น 24,812,190 บาท 

 

        2.     การจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท (5 สตางค์) รวมเป็นเงิน 20.06 ล้านบาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อรับสิทธิในเงินปันผลเวลา 12.00 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม 2550   และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 กำไรคงเหลือหลังการจัดสรรให้โอนไปยังบัญชีกำไรสะสมเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ต่อไป

 

        ประธานฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามและแสดงความเห็น

 

        ผู้ถือหุ้นเสนอแนะว่าในการรายงานการจัดสรรกำไรสุทธิขอให้รายงานเป็นตาราง ซึ่งจะทำให้เข้าใจง่ายกว่าการนำเสนอในรูปแบบข้อความ   นอกจากนี้ขอให้ปรับปรุงรูปแบบในรายงานประจำปีโดยขอให้ใช้สีพื้นที่ไม่ทึบมากเกินไป ซึ่งจะทำให้อ่านง่าย ชัดเจน  

 

        ประธานฯ และกรรมการผู้จัดการ ยินดีรับคำแนะนำของผู้ถือหุ้นไว้พิจารณาเพื่อปรับปรุงการจัดทำรายงานดังกล่าวในคราวต่อไป

 

        ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดซักถามและแสดงความคิดเพิ่มเติม  ประธานฯ เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จัดสรรกำไรเพื่อเป็นทุนสำรองตามกฎหมาย และอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2549 ตามรายละเอียดข้างต้น และกำไรคงเหลือหลังการจัดสรรให้โอนไปยังบัญชีกำไรสะสมเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

วาระที่ 5      พิจารณาและอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการและกำหนดค่าตอบแทน

 

        ประธานฯ กล่าวว่าในการประชุมประจำปีครั้งนี้มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการที่ถึงกำหนดออกตามวาระจำนวน 4 ท่าน  ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้ กรรมการจำนวนหนึ่งในสามของกรรมการทั้งหมดออกจากตำแหน่งในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของทุกปี  สำหรับกรรมการที่จะต้องออกตามวาระในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย

        (1) นายไมเคิล เดวิด เซลบีย์             กรรมการ

        (2) นายอำนาจ อินทรสุขศรี              กรรมการ

        (3) นายวินัย วามวาณิชย์                กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

        (4) นางจุไรรัตน์ ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา   กรรมการ

 

        คณะกรรมการของบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลทั้งสี่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าให้บริษัทฯ มาโดยตลอด จึงเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมแต่งตั้งกรรมการ
ทั้งสี่ท่าน กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทต่อไป

 

        ตัวแทนผู้ถือหุ้นจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยทักท้วงว่ากรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระควรจะออกจากห้องประชุมฯ ระหว่างการลงคะแนนเสียง  กรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระจึงได้ออกจากห้องประชุมฯ ระหว่างที่มีการลงคะแนนเสียง

 

        ประธานฯ เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติให้กรรมการทั้งสี่ท่านกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทฯ

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้แต่งตั้งนายไมเคิล เดวิด เซลบีย์ นายอำนาจ อินทรสุขศรี นายวินัย วามวาณิชย์  และ นางจุไรรัตน์ ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่งกรรมการอีกวาระหนึ่ง  ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

               (1)  นายไมเคิล เดวิด เซลบีย์

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

               (2) นายอำนาจ อินทรสุขศรี

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

               (3) นายวินัย วามวาณิชย์

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

               (4) นางจุไรรัตน์ ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

        ประธานฯ เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาและอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและกรรมการตรวจสอบในอัตราเช่นเดียวกับปี 2549 โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

        ประธานคณะกรรมการบริษัท            ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ        40,000 บาท

        ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ        ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ        60,000 บาท

        กรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน           ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ        50,000 บาท

        กรรมการแต่ละท่าน                               ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ        20,000 บาท

 

        ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีข้อซักถามเพิ่มเติม ประธานฯ เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการในอัตราดังกล่าว

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติค่าตอบแทนกรรมการตามที่ประธานฯ เสนอ ด้วยคะแนน    เสียงดังนี้

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

วาระที่ 6      พิจารณาและอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2549 และกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

 

        ประธานฯ ขอให้ นายประทีป วงศ์นิรันดร์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้รายงานต่อที่ประชุม นายประทีป วงศ์นิรันดร์ รายงานต่อที่ประชุมว่า สำหรับปี 2550 คณะกรรมการเห็นชอบที่จะขอแต่งตั้งผู้สอบบัญชี คือ นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3315 และ/หรือ นางสายฝน อินทร์แก้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4434  และ/หรือนางสาวศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 3844 จากบริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปี 2541 เป็นผู้สอบบัญชีประจำปี 2550    โดยกำหนดค่าตอบแทนการตรวจสอบบัญชีของบริษัทฯ ในอัตรา 1,900,000 บาท ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่ได้จ่ายจริงตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 จำนวน 1,770,000 บาท สูงขึ้นจำนวน 230,000 บาท หรือประมาณร้อยละ 12 โดยเมื่อพิจารณาแล้วพบว่าในปีนี้ผู้สอบบัญชีส่วนใหญ่จะปรับราคาสูงขึ้นประมาณร้อยละ 15-25 ดังนั้นอัตราที่เสนอพิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสม จึงขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีทั้งสามท่านพร้อมทั้งกำหนดค่าตอบแทนเป็นจำนวน 1,900,000 บาท โดยมีรายละเอียดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีดังนี้

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

         ค่าสอบบัญชี                              950,000          บาท

         ค่าสอบทานบัญชี (3 ไตรมาส)          480,000          บาท

งบการเงินรวม

         ค่าสอบบัญชี                              200,000          บาท

         ค่าสอบทานบัญชี (3 ไตรมาส)          270,000          บาท

รวมค่าสอบบัญชี                                1,900,000          บาท

 

        ผู้ถือหุ้นขอให้แจกแจงรายละเอียดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีในรูปแบบตารางหรือคอลัมน์ ในหนังสือเชิญประชุมเพื่อให้ชัดเจนและสะดวกในการอ่านมากขึ้น

 

        ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ยินดีรับไว้พิจารณา

 

        ไม่มีผู้ถือหุ้นใดมีข้อซักถามเพิ่มเติม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติแต่งตั้ง นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3315 และ/หรือ นางสายฝน อินทร์แก้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4434  และ/หรือนางสาวศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 3844 จากบริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปี 2541 เป็นผู้สอบบัญชีประจำปี 2550   โดยกำหนดค่าตอบแทนการตรวจสอบบัญชีของบริษัทฯ ในอัตรา 1,900,000 บาท

 

มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติแต่งตั้ง นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต     เลขทะเบียน 3315 และ/หรือ นางสายฝน อินทร์แก้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4434  และ/หรือนางสาวศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 3844 จากบริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปี 2541 เป็นผู้สอบบัญชีประจำปี 2550   โดยกำหนดค่าตอบแทนการตรวจสอบบัญชีของบริษัทฯ ในอัตรา 1,900,000 บาท  ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

                เห็นด้วย     40 ราย     จำนวน    320,289,755  เสียง   คิดเป็นร้อยละ 100

                ไม่เห็นด้วย     - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                งดออกเสียง    - ราย      จำนวน               -      เสียง   คิดเป็นร้อยละ -

                ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

 

วาระที่ 7      พิจารณาเรื่องอื่นๆ ถ้ามี

 

        ประธานฯ ได้เรียนถามที่ประชุมว่ามีผู้ถือหุ้นท่านใดที่ต้องการเสนอเรื่องใดให้ที่ประชุมพิจารณาหรือไม่  มีผู้ถือหุ้นซักถามและแสดงความเห็นในประเด็นดังนี้

 

1.     ในปี 2549 บริษัทฯ มีรายได้จากงานก่อสร้างมากกว่าปี 2548 ถึง 1,214 ล้านบาท เพราะเหตุใดบริษัทฯ จึงมีกำไรสุทธิเพียง 51 ล้านบาทในปี 2549 ลดลงจาก 136 ล้านบาทในปี 2548

        กรรมการผู้จัดการชี้แจงว่าบริษัทฯ ประสบปัญหาเช่นเดียวกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายอื่นๆ คือ ราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น ค่าแรงงานสูงขึ้น เป็นผลให้ต้นทุนงานก่อสร้างสูงขึ้น และขณะที่ บริษัทฯ ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นให้ลูกค้าได้ทั้งหมดเนื่องจากมีการแข่งกันสูงมาก ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากงานก่อสร้างบางโครงการที่รับงานแล้วและต้นทุนงานก่อสร้างสูงขึ้นในภายหลัง โดยบริษัทฯ ต้องทำงานให้แล้วเสร็จ นอกจากนี้บริษัทฯ ไม่สามารถขอเงินชดเชยจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากงานภาคเอกชน  และแม้งานราชการจะมีค่า K แต่จะสามารถขอเงินชดเชยได้กรณีที่ราคาวัสดุปรับสูงขึ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ขึ้นไปเท่านั้น 

 

2.     บริษัทฯ มีแนวทางในการบริหารต้นทุนอย่างไร

        กรรมการผู้จัดการชี้แจงว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างหาแนวทางในการปรับลดต้นทุน ซึ่งยังต้องพยายามต่อไป เนื่องจากบริษัทฯ ต้องทำงานภายใต้งบประมาณ และกำหนดเวลาที่จำกัด อีกทั้งเจ้าของโครงการต้องการงานที่มีคุณภาพจึงกำหนดคุณสมบัติของบุคลากรขั้นต่ำไว้  การกำหนดค่าแรงคนงานก็ต้องเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับค่าแรงคนงานของโครงการก่อสร้างของบริษัทอื่น มิฉะนั้นคนงานอาจย้ายไปทำงานที่อื่นซึ่งจะทำให้มีปัญหางานล่าช้าและมีค่าปรับตามมา

 

3.     เนื่องจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง จึงขอเสนอให้บริษัทฯ ลงทุนพัฒนาโครงการเองนอกเหนือจากการรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว เช่น โครงการผู้สูงอายุ  Long Stay เป็นต้น โดยเริ่มจากโครงการเล็กๆ ที่มีโอกาสทำกำไร

        ประธานฯ ชี้แจงว่าบริษัทฯ เพิ่งผ่านพ้นจากประสบการณ์ล้มเหลวจากการดำเนินการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง ทำให้เกิดผลขาดทุนและต้องลดขนาดองค์กรลง  โดยเพิ่งจะฟื้นตัวภายหลังการฟื้นฟูกิจการมาไม่นาน  และการมีนโยบายทำธุรกิจเสริมจะต้องจัดหาทุน และบุคลากรเพิ่มเติม ในระยะแรกจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากและต้องดูแลอย่างใกล้ชิด   จึงเห็นควรมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักโดยพยายามทำงานตอบสนองความต้องการของเจ้าของโครงการ ส่งมอบงานตรงเวลา ควบคุมค่าใช้จ่ายและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้กับผู้ถือหุ้น

 

        ไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดเสนอเรื่องใดเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม ประธานฯ กล่าวขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่
ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ให้กิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ลุล่วงไปด้วยดีรวมถึงการประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้

 

        ประธานฯ  กล่าวปิดประชุมเวลา 10.35 .

 

 

 

                                                                      นายสานติ กระจ่างเนตร์

                                                                          ประธานที่ประชุม