บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

หมายเหตุประกอบงบการเงิน

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548

1.     ข้อมูลทั่วไป

        1.1      ข้อมูลทั่วไปของบริษัทฯ

                               บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทยและได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่               26 พฤศจิกายน 2535 บริษัทฯมีภูมิลำเนาในประเทศไทยโดยดำเนินธุรกิจหลักในการก่อสร้าง และมีที่อยู่ตามที่จดทะเบียนและสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 451 ถนนลาซาล (สุขุมวิท 105) แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร บริษัทฯมีบริษัทย่อยหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศตามรายละเอียดในหมายเหตุ 3.1

1.2      ข้อมูลหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ

                        ส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯที่ได้รับอนุมัติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2539 บริษัทฯจะเลิกดำเนินธุรกิจในบางหน่วยงาน บริษัทฯได้แยกแสดง               สินทรัพย์/หนี้สินสุทธิและผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจในงบดุลรวม และ         งบกำไรขาดทุนรวม ณ วันที่และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548

2.     เกณฑ์ในการจัดทำงบการเงิน

งบการเงินนี้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.. 2547 และการแสดงรายการในงบการเงินได้ทำขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงวันที่ 14 กันยายน 2544 ออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.. 2543

งบการเงินนี้ได้จัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิมเว้นแต่จะได้เปิดเผยเป็นอย่างอื่นในนโยบายการบัญชี


3.     เกณฑ์ในการจัดทำงบการเงินรวม

3.1      งบการเงินรวมได้จัดทำขึ้นโดยรวมงบการเงินของบริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) บริษัทย่อย บริษัทย่อย”) และกิจการร่วมค้าดังต่อไปนี้ :-

 

ประเทศที่             จดทะเบียน

สกุลเงิน

ทุนที่เรียกชำระแล้ว

อัตราร้อยละของการ           ถือหุ้นโดยกลุ่มบริษัท

 

 

 

2549

2548

2549

2548

 

 

 

(หน่วย : พัน)

ร้อยละ

ร้อยละ

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

 

 

 

 

 

 

ถือโดยบริษัทฯ

 

 

 

 

 

 

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น

 

 

 

 

 

 

   (ไทย) จำกัด

ไทย

บาท

1,000

1,000

100.0

100.0

เนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี

 

 

 

 

 

 

   และ เอ เอส ร่วมค้า

ไทย

บาท

8,000

8,000

25.0

25.0

ธุรกิจลงทุนในหุ้น

 

 

 

 

 

 

ถือโดยบริษัทฯ

 

 

 

 

 

 

บริษัท ซี เอ็น ที โฮลดิ้งส์ จำกัด

ไทย

บาท

2,600,000

2,600,000

100.0

100.0

ถือโดยบริษัทย่อย

 

 

 

 

 

 

บริษัท อินโดไชน่า อินเวสเม้นทส์ จำกัด

หมู่เกาะ

 

 

 

 

 

 

เบอร์มิวดาร์

เหรียญสหรัฐฯ

12

12

100.0

100.0

บริษัท ฮาร์โมนี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป จำกัด

หมู่เกาะบริติช

 

 

 

 

 

 

เวอร์จิน

เหรียญสหรัฐฯ

50

50

100.0

100.0

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

 

 

 

 

 

ถือโดยบริษัทย่อย

 

 

 

 

 

 

บริษัท ซีเอ็น เพลส สีลม ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด

ไทย

บาท

69,063

69,063

100.0

100.0

ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ

 

 

 

 

 

 

ถือโดยบริษัทฯ

 

 

 

 

 

 

บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด

ไทย

บาท

1,000

1,000

100.0

100.0

            บริษัทย่อย หมายถึง บริษัทที่กลุ่มบริษัทถือหุ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมและมีการควบคุมอย่างเป็นสาระสำคัญต่อการดำเนินงานของกิจการ

ในกรณีที่ได้มีการตัดสินใจให้บริษัทย่อยเลิกดำเนินธุรกิจหรือให้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย กลุ่มบริษัทได้ตั้งสำรองเผื่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลิกดำเนินธุรกิจไว้แล้ว

                    ตั้งแต่ปี 2545 บริษัทฯได้ร่วมกับบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ. เอส. แอสโซซิเอท เอ็นยิเนียริ่ง (1964) จำกัด เข้าทำสัญญากับกรุงเทพมหานครเพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียระยะที่สี่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยร่วม           ลงทุนในรูปของกิจการร่วมค้าชื่อเนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี และ เอ เอส ร่วมค้า ในสัดส่วนเท่า ๆ กัน (ร้อยละ 25 ของเงินลงทุนทั้งหมด) งบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 และสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละปีจึงได้รวมสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายของ           กิจการร่วมค้าดังกล่าวโดยใช้วิธีรวมตามสัดส่วนตามรายละเอียดดังนี้ :-


(หน่วย : ล้านบาท)

 

งบการเงินรวม

 

2549

2548

สินทรัพย์หมุนเวียน

3

30

หนี้สินหมุนเวียน

-

(11)

รายได้

13

102

ค่าใช้จ่าย

(15)

(94)

3.2      ในการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการซื้อกิจการจะมีการปรับปรุงมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สินที่ซื้อให้แสดงในราคายุติธรรมตามที่ผู้บริหารได้ประมาณขึ้น ผลต่างระหว่างมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ที่ซื้อตามราคายุติธรรมและมูลค่าที่จ่ายซื้อแสดงเป็นค่าความนิยม ซึ่งในอดีตจะถูกตัดจำหน่ายโดยตรงเข้าบัญชีกำไรสะสม อย่างไรก็ตาม ค่าความนิยมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2543 จะถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ใน     งบดุลและตัดจำหน่ายโดยวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา 5 ปี หรือตัดจำหน่ายทั้งจำนวนหากมีข้อบ่งชี้ว่าเงินลงทุนนั้นเกิดการด้อยค่า

3.3      งบการเงินของบริษัทย่อยซึ่งจัดตั้งในต่างประเทศได้แปลงค่าเป็นเงินบาท โดยใช้อัตรา       แลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ย ณ วันที่ในงบดุลสำหรับสินทรัพย์และหนี้สิน และอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยสำหรับปีสำหรับรายได้และค่าใช้จ่าย ผลต่างซึ่งเกิดขึ้นจากการแปลงค่าดังกล่าวได้แสดงไว้เป็นรายการ “ผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน” ในส่วนของผู้ถือหุ้น

3.4      ยอดคงค้างและรายการระหว่างกันที่มีสาระสำคัญและเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าในบัญชีของบริษัทฯ ทุนเรือนหุ้นของบริษัทย่อยและทุนของกิจการร่วมค้าได้ตัดออกจากงบการเงินรวมนี้แล้ว

3.5      ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าได้รวมคำนวณนับตั้งแต่วันที่กลุ่มบริษัทเข้าลงทุน หรือจนถึงวันที่กลุ่มบริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุน

3.6      งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ของบริษัทย่อยในต่างประเทศที่รวมอยู่ในงบการเงินรวมนี้เป็นงบการเงินที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายบริหารของบริษัทย่อยและยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทย่อยนั้น โดยมียอดสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 เป็นจำนวนประมาณ 367 ล้านบาท และ 393 ล้านบาท ตามลำดับ หรือร้อยละ 12 และร้อยละ 15 ของสินทรัพย์รวมตามลำดับ และรายได้รวมสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันเป็นจำนวนประมาณ 1.6      ล้านบาท และ 0.5 ล้านบาท ตามลำดับ หรือร้อยละ 0.03 และร้อยละ 0 ของรายได้รวม ตามลำดับ


4.     มาตรฐานการบัญชีใหม่ที่ประกาศใช้

                    ในเดือนตุลาคม 2549 สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 เกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) โดยให้แก้ไขการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อย กิจการที่มีอำนาจควบคุมร่วม และบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุน โดยกิจการที่ไม่ประสงค์จะใช้         วิธีราคาทุนในปี 2549 ก็ให้ใช้วิธีส่วนได้เสียตามเดิมจนถึงสิ้นปี 2549 และให้ใช้วิธีราคาทุนเริ่มตั้งแต่วันที่         1 มกราคม 2550

                    ทั้งนี้ บริษัทฯเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีในปี 2549 และได้ปรับย้อนหลังงบการเงินงวดก่อน เสมือนว่าบริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิสำหรับปี 2549 และ 2548 ลดลงเป็นจำนวนเงินประมาณ 14 ล้านบาท และ 46 ล้านบาท ตามลำดับ (ลดลง 0.04 บาทต่อหุ้น และ 0.13 บาทต่อหุ้นตามลำดับ) ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าวได้แสดงไว้ในหัวข้อ “ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนในบริษัทย่อย” ในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น (งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ)

5.     นโยบายการบัญชีที่สำคัญ

        5.1      การรับรู้รายได้

                    รายได้จากงานก่อสร้าง

                                รายได้จากการให้บริการตามสัญญาก่อสร้างระยะยาวซึ่งไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จะถือเป็นรายได้ตามส่วนของงานที่แล้วเสร็จจากการประเมินของผู้บริหารโครงการ โดยจะตั้งสำรองเผื่อผลขาดทุนสำหรับโครงการก่อสร้างทั้งจำนวนเมื่อทราบแน่ชัดว่าโครงการก่อสร้างนั้นจะประสบผลขาดทุน

                    ดอกเบี้ยรับ

                                ดอกเบี้ยถือเป็นรายได้ตามเกณฑ์คงค้างโดยคำนึงถึงอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง

                    เงินปันผลรับ

                                เงินปันผลรับถือเป็นรายได้เมื่อมีสิทธิในการรับเงินปันผล


        5.2      เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

                                เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หมายความรวมถึงเงินสด และเงินฝากธนาคารและบริษัทเงินทุน และเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งถึงกำหนดจ่ายคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน และไม่มีข้อจำกัดในการเบิกใช้

        5.3      ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

                                ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างแสดงตามมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ บริษัทฯบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับผลขาดทุนโดยประมาณที่อาจเกิดขึ้นจากการเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ ซึ่งโดยทั่วไปพิจารณาจากประสบการณ์ในการเก็บเงินและการวิเคราะห์อายุลูกหนี้

        5.4      งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญาและรายได้งานก่อสร้างรับล่วงหน้า

                                ต้นทุนงานก่อสร้างประกอบด้วย ต้นทุนค่าวัสดุ ค่าแรง ค่ารับเหมาก่อสร้างช่วง ค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่น

                                สัญญาที่มีต้นทุนงานก่อสร้างบวกกำไรที่คาดว่าจะได้รับเกินกว่าจำนวนเงินที่เรียกเก็บจากลูกค้าจะแสดงไว้เป็น “งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา” ภายใต้สินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุล ส่วนสัญญาที่มีการเรียกเก็บเงินจากลูกค้ามากกว่าต้นทุนงานก่อสร้างบวกกำไรที่คาดว่าจะได้รับจะแสดงไว้เป็น “รายได้งานก่อสร้างรับล่วงหน้า” ภายใต้หนี้สินหมุนเวียนในงบดุล

        5.5      สินค้าคงเหลือ

                                สินค้าคงเหลือซึ่งประกอบด้วยวัสดุก่อสร้างและอะไหล่ ตีราคาตามราคาทุน (วิธีถัวเฉลี่ย) หรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ค่าเผื่อผลขาดทุนจะตั้งขึ้นสำหรับสินค้าที่เสื่อมสภาพ

        5.6      เงินลงทุน

                                เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า (ในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ) แสดงมูลค่าตามวิธีราคาทุน

                                เงินลงทุนในบริษัทร่วมแสดงมูลค่าตามราคาทุน ผู้บริหารเชื่อว่าส่วนได้เสียในบริษัทร่วมจะไม่มีสาระสำคัญต่อกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ

                                เงินลงทุนในบริษัทอื่นแสดงมูลค่าตามราคาทุน ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนจะตั้งขึ้นเมื่อมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนจากเงินลงทุนต่ำกว่าราคาทุนในบัญชี


        5.7      อาคารและอุปกรณ์

                                อาคารและอุปกรณ์แสดงตามราคาทุนหรือราคาที่ตีใหม่หลังหักค่าเสื่อมราคาสะสมและค่าเผื่อการด้อยค่า

                                บริษัทฯบันทึกมูลค่าเริ่มแรกของอาคารและอุปกรณ์ในราคาทุน ณ วันที่ได้สินทรัพย์มา หลังจากนั้นบริษัทฯได้จัดให้มีการประเมินราคาอาคารโดยผู้ประเมินราคาอิสระและบันทึกสินทรัพย์ดังกล่าวในราคาที่ตีใหม่ ทั้งนี้บริษัทฯได้จัดให้มีการประเมินราคาสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นครั้งคราวเพื่อมิให้ราคาตามบัญชี ณ วันที่ในงบดุลแตกต่างจากมูลค่ายุติธรรมอย่างมีสาระสำคัญ

                                บริษัทฯบันทึกส่วนต่างซึ่งเกิดจากการตีราคาสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ :-

-          บริษัทฯบันทึกราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาใหม่ในบัญชี “ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์” ในส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุล อย่างไรก็ตาม หากสินทรัพย์นั้นเคยมีการตีราคาลดลงและบริษัทฯได้รับรู้ราคาที่ลดลงเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนแล้ว ส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาใหม่นี้จะถูกรับรู้เป็นรายได้ไม่เกินจำนวนที่เคยลดลงซึ่งรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนปีก่อนแล้ว

-          บริษัทฯรับรู้ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่ลดลงจากการตีราคาใหม่เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน อย่างไรก็ตาม หากสินทรัพย์นั้นเคยมีการตีราคาเพิ่มขึ้นและยังมียอดคงค้างของบัญชี “ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์” อยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น ส่วนที่ลดลงจากการตีราคาใหม่จะถูกนำไปหักออกจาก “ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์” ไม่เกินจำนวนซึ่งเคยตีราคาเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน และส่วนที่เกินจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน


        5.8      ค่าเสื่อมราคา

                                ค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์คำนวณจากราคาทุนหรือราคาที่ตีใหม่โดยวิธีเส้นตรง          (เพื่อตัดมูลค่าต้นทุนหรือราคาที่ตีใหม่ของสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย) ตามอายุการใช้งานโดยประมาณ       ดังนี้ :-

อาคารบนที่ดินเช่า

-

ตามอายุสัญญาเช่า

เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง

-

3 - 10   ปี

เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์

-

3 - 6     ปี

ยานพาหนะ

-

3 - 6     ปี

                                ค่าเสื่อมราคาของอาคารส่วนที่ตีราคาเพิ่มคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ของอาคาร

                                ค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์ได้รวมอยู่ในการคำนวณผลการดำเนินงาน

        5.9    รายการธุรกิจกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

                                บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันกับบริษัทฯ หมายถึง บุคคลหรือกิจการที่มีอำนาจควบคุม บริษัทฯ หรือถูกควบคุมโดยบริษัทฯไม่ว่าจะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรืออยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับบริษัทฯ

                                นอกจากนี้บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันยังหมายรวมถึงบริษัทร่วมและบุคคลซึ่งมีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญกับบริษัทฯ ผู้บริหารสำคัญ กรรมการหรือพนักงานของบริษัทฯ ที่มีอำนาจในการวางแผนและควบคุมการดำเนินงานของบริษัทฯ


        5.10    สินทรัพย์เช่า

                                สัญญาเช่าอุปกรณ์ที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนของความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ได้โอนไปให้กับผู้เช่าถือเป็นสัญญาเช่าการเงิน สัญญาเช่าการเงินจะบันทึกเป็นรายจ่ายฝ่ายทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่เช่าหรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิของจำนวนเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาเช่าแล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ภาระผูกพันตามสัญญาเช่าหักค่าใช้จ่ายทางการเงินจะบันทึกเป็นหนี้สินระยะยาว ส่วนดอกเบี้ยจ่ายจะบันทึกในงบกำไรขาดทุนตลอดอายุของสัญญาเช่า สินทรัพย์ที่ได้มาตามสัญญาเช่าการเงินจะคิดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ที่เช่า หรืออายุของสัญญาเช่า แล้วแต่ระยะเวลาใดจะต่ำกว่า

                                สัญญาเช่าอุปกรณ์ที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนทั้งหมดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงเป็นของผู้ให้เช่า จะถือเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน ค่าเช่าตามสัญญาจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนโดยวิธีเส้นตรงตลอดอายุการเช่า

        5.11    กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผลประโยชน์พนักงาน

                                บริษัทฯมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อประโยชน์ของพนักงานเมื่อเกษียณอายุหรือออกจากงาน ซึ่งสินทรัพย์ของกองทุนได้แยกไปดำเนินการโดยผู้จัดการกองทุนที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีโครงการสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับพนักงานรวมถึงโครงการช่วยเหลือเมื่อเกษียณอายุ ลาออก หรือถูกให้ออก โดยบริษัทฯได้ตั้งสำรองเพื่อผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งประมาณขึ้นโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ

                                บริษัทฯรับรู้ เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดรายการ

        5.12    เงินตราต่างประเทศ

                                รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ที่เกิดรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศคงเหลือ ณ วันที่ในงบดุลแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ในงบดุล           

                                กำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้รวมอยู่ในการคำนวณผลการดำเนินงาน


        5.13    การด้อยค่าของสินทรัพย์

                                ทุกวันที่ในงบดุล บริษัทฯจะทำการประเมินว่ามีข้อบ่งชี้ซึ่งแสดงว่าสินทรัพย์ของบริษัทฯด้อยค่าลงหรือไม่ หากมีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า บริษัทฯจะทำการประมาณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์ และหากพบว่าราคาตามบัญชีของสินทรัพย์นั้นมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน บริษัทฯจะลดมูลค่าของสินทรัพย์นั้นลงให้เท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน และรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในงบกำไรขาดทุน (มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์หมายถึงราคาขายสุทธิหรือมูลค่าจากการใช้ของสินทรัพย์นั้นแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า)

        5.14    ประมาณการหนี้สิน

                                บริษัทฯจะบันทึกประมาณการหนี้สินไว้ในบัญชีเมื่อภาระผูกพันซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ในอดีตได้เกิดขึ้นแล้วและมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่นอนว่าบริษัทฯจะเสียทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจไปเพื่อปลดเปลื้องภาระผูกพันนั้นและบริษัทฯสามารถประมาณมูลค่าภาระผูกพันนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ

        5.15    ภาษีเงินได้

                                บริษัทฯบันทึกภาษีเงินได้โดยคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีตามกฎหมายภาษีอากร

        5.16    การใช้ประมาณการทางบัญชี

                        ในการจัดทำงบการเงินตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ในบางสถานการณ์ฝ่ายบริหารอาจต้องใช้การประมาณและการตั้งสมมติฐาน ซึ่งมีผลกระทบต่อจำนวนเงินที่แสดงในงบการเงินและ      หมายเหตุประกอบงบการเงิน ด้วยเหตุนี้ ผลที่เกิดขึ้นจริงจึงอาจแตกต่างไปจากจำนวนที่ประมาณไว้


6.     เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด/เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน

                    เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ตามที่แสดงอยู่ในงบดุลและงบกระแสเงินสดประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้ :-

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

2549

2548

เงินสดและเงินฝากธนาคาร

191,023,211

341,527,811

128,372,128

266,910,829

เงินฝากประจำธนาคาร

99,237,292

130,267,861

99,237,292

130,267,861

เงินฝากกับบริษัทเงินทุน

3,100,000

3,070,000

-

-

รวม

293,360,503

474,865,672

227,609,420

397,178,690

หัก : เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน

(139,586,538)

(83,839,733)

(139,586,538)

(83,839,733)

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

153,773,965

391,025,939

88,022,882

313,338,957

                    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯได้นำเงินฝากธนาคารจำนวนประมาณ 139.6 ล้านบาท (2548 : 83.8 ล้านบาท) ไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามของบริษัทฯ

7.     ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง

                    ยอดคงเหลือของลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างได้รวมลูกหนี้จากโครงการก่อสร้างหลายโครงการซึ่ง       เจ้าของโครงการกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงินและได้ชะลอการจ่ายค่าก่อสร้างที่มีต่อบริษัทฯออกไป บริษัทฯได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าของโครงการดังกล่าวบางโครงการแล้ว ยอดมูลค่าคงค้างของโครงการทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 มีดังต่อไปนี้ :-

 (หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

2549

2548

ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง

548,112,644

389,884,511

548,112,644

384,782,605

เงินประกันผลงานตามสัญญาก่อสร้าง

330,862,368

267,321,189

330,862,368

267,321,189

รวม

878,975,012

657,205,700

878,975,012

652,103,794

หัก  :   ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

(107,922,670)

(150,050,446)

(107,922,670)

(150,050,446)

ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ

771,052,342

507,155,254

771,052,342

502,053,348


                    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ยอดคงเหลือของมูลค่าลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างแยกตามอายุหนี้ที่คงค้างนับจากวันที่ถึงกำหนดชำระมีดังต่อไปนี้ :-

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

2549

2548

อายุหนี้ค้างชำระ

 

 

 

 

ไม่เกิน 3 เดือน

432,243,920

198,908,413

432,243,920

193,806,507

3 - 6 เดือน

18,806,115

22,598,105

18,806,115

22,598,105

6 - 12 เดือน

12,382,563

26,312,884

12,382,563

26,312,884

มากกว่า 12 เดือนขึ้นไป

84,680,046

142,065,109

84,680,046

142,065,109

 

548,112,644

389,884,511

548,112,644

384,782,605

                    บริษัทฯได้โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างบางโครงการให้แก่ธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อค้ำประกันวงเงินสินเชื่อของบริษัทฯที่ได้รับจากธนาคารนั้น


8.     เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า

                    เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯบันทึกโดยวิธีราคาทุน ซึ่งประกอบด้วยเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทดังต่อไปนี้ :-

 

อัตราร้อยละของการถือหุ้น

มูลค่าเงินลงทุนตามวิธีราคาทุน

 

2549

2548

2549

2548

 

ร้อยละ

ร้อยละ

บาท

บาท

เงินลงทุนในบริษัทย่อย

 

 

 

 

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

 

 

 

 

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด

100.0

100.0

1,000,000

1,000,000

ธุรกิจลงทุนในหุ้น

 

 

 

 

บริษัท ซี เอ็น ที โฮลดิ้งส์ จำกัด

100.0

100.0

2,599,999,930

2,599,999,930

ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ

 

 

 

 

บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด

100.0

100.0

1,000,000

1,000,000

รวม

 

 

2,601,999,930

2,601,999,930

หัก : ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน

 

 

(2,266,000,000)

(2,266,000,000)

รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อย - สุทธิ

 

 

335,999,930

335,999,930

 

 

 

 

 

เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า

 

 

 

 

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

 

 

 

 

เนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี และ เอ เอส ร่วมค้า

25.0

25.0

-

2,000,000

รวมเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า

 

 

-

2,000,000

รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า - สุทธิ

 

 

335,999,930

337,999,930

                    ตั้งแต่ปี 2545 บริษัทฯได้ลงทุนในกิจการร่วมค้า เนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี และ เอ เอส ร่วมค้า คิดเป็นร้อยละ 25 ของเงินลงทุนทั้งหมด ในระหว่างปี 2549 บริษัทฯได้รับเงินปันผลจากกิจการร่วมค้าจำนวนทั้งสิ้น 12 ล้านบาท และได้รับคืนเงินลงทุนจำนวน 2 ล้านบาท

                    บริษัทฯได้นำใบหุ้นของบริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด และบริษัท ซีเอ็นที โฮลดิ้งส์ จำกัด ไปจำนำไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการประกันวงเงินสินเชื่อของบริษัทฯที่ได้รับจากธนาคารนั้น


9.     เงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่น

                    เงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่นประกอบด้วยเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทดังต่อไปนี้ :-

 

อัตราร้อยละของการถือหุ้น

งบการเงินรวม

 

2549

2548

2549

2548

 

ร้อยละ

ร้อยละ

บาท

บาท

เงินลงทุนในบริษัทร่วม

 

 

 

 

บริษัท สหเครื่องจักรกล จำกัด

31.94

31.94

7,500,000

7,500,000

รวม

 

 

7,500,000

7,500,000

หัก : ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน

 

 

(7,500,000)

(7,500,000)

เงินลงทุนในบริษัทร่วม - สุทธิ

 

 

-

-

เงินลงทุนในบริษัทอื่น

 

 

 

 

บริษัท แซทเทอร์น อิ้งค

10.50

10.50

2,218,125

2,218,125

บริษัท ภูเก็ต แลนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด

15.00

15.00

3,000,000

3,000,000

รวม

 

 

5,218,125

5,218,125

หัก : ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน

 

 

(3,000,000)

(3,000,000)

เงินลงทุนในบริษัทอื่น - สุทธิ

 

 

2,218,125

2,218,125

รวมเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่น - สุทธิ

 

 

2,218,125

2,218,125

                    ในระหว่างปี 2549 บริษัท ซี เอ็น ที โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้รับเงินปันผลจำนวนประมาณ 10 ล้านบาทจากบริษัท แซทเทอร์น อิ้งค จำกัด (2548 : 37 ล้านบาท) ซึ่งแสดงไว้ในงบกำไรขาดทุน

                    สินทรัพย์สุทธิตามงบการเงินซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท แซทเทอร์น อิ้งค ตามส่วนของเงินลงทุนของบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท (2548 : 22 ล้านบาท)


10รายการธุรกิจกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

                    ในระหว่างปี บริษัทฯ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้ามีรายการธุรกิจที่สำคัญกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน รายการธุรกิจดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าและเกณฑ์ที่ตกลงกันระหว่างบริษัทฯและบริษัทเหล่านั้นซึ่งเป็นไปตามปกติธุรกิจ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ :-

(หน่วย : ล้านบาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

นโยบายการกำหนดราคาและการกู้ยืม

 

2549

2548

2549

2548

 

รายการกับบริษัทย่อย

 

 

 

 

 

   รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ

-

-

0.1

0.9

ตามอัตราที่ตกลงร่วมกันซึ่งใกล้เคียง

   กับอัตราตลาด

   ดอกเบี้ยรับ

-

-

0.8

0.8

อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีขั้นต่ำ

   (MOR) บวกร้อยละ 0.25 ต่อปี

   ค่าบริการการจัดการจ่าย

-

-

-

1.6

ตามอัตราที่ตกลงร่วมกันซึ่งใกล้เคียง

   กับอัตราตลาด

รายการกับกิจการร่วมค้า

 

 

 

 

 

   รายได้จากงานก่อสร้าง

-

24.5

2.0

38.3

ต้นทุนบวกกำไรส่วนเพิ่ม

   รายได้ค่าบริการ

-

-

-

0.3

ตามอัตราที่ตกลงร่วมกันซึ่งใกล้เคียง

   กับอัตราตลาด

   เงินปันผลรับ

-

-

12.0

-

ตามอัตราที่ประกาศจ่าย

                    ยอดคงค้างระหว่างบริษัทฯและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 มีรายละเอียดดังนี้ :-

        ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่_บริษัทย่อย

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

 

 

(ปรับปรุงใหม่)

ลูกหนี้บริษัทย่อย

 

 

บริษัท ซีเอ็นที โฮลดิ้งส์ จำกัด

2,808,147

2,808,147

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด

19,367,585

18,528,671

บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด

32,100

32,100

รวม

22,207,832

21,368,918

หัก : ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

(18,500,000)

(18,500,000)

รวมลูกหนี้บริษัทย่อย - สุทธิ

3,707,832

2,868,918

 


(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

 

 

(ปรับปรุงใหม่)

เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย

 

 

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด

10,300,000

10,800,000

หัก : ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

(10,300,000)

(10,300,000)

รวมเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย - สุทธิ

-

500,000

รวมลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย - สุทธิ

3,707,832

3,368,918

                    ในระหว่างปี 2549 เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยมีการเคลื่อนไหวดังต่อไปนี้ :-

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

ยอดคงเหลือ

 

 

ยอดคงเหลือ

 

ณ วันที่ 1

การเคลื่อนไหวในระหว่างปี

ณ วันที่ 31

 

มกราคม 2549

เพิ่มขึ้น

ลดลง

ธันวาคม 2549

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด

10,800,000

-

(500,000)

10,300,000

รวม

10,800,000

-

(500,000)

10,300,000

        ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

                    ในปี 2549 บริษัทฯได้จ่ายเงินเดือน ค่าเบี้ยประชุมและเงินบำเหน็จให้แก่ กรรมการและผู้บริหาร เป็นจำนวนเงินประมาณ 37.3 ล้านบาท (2548 :  29.7 ล้านบาท)

        ภาระค้ำประกันกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

                    บริษัทฯมีภาระจากการค้ำประกันให้กับกิจการที่เกี่ยวข้องกันตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบ            งบการเงินข้อ 30


11.  อาคารและอุปกรณ์

 

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

 

สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาที่ตีใหม่

สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาทุน

 

 

 

เครื่องจักรและ

เครื่องตกแต่ง

 

 

 

อาคารบน

อุปกรณ์

ติดตั้งและ

 

 

 

ที่ดินเช่า

ก่อสร้าง

อุปกรณ์

ยานพาหนะ

รวม

ราคาทุน/ราคาที่ตีใหม่ :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

71,595,732

542,383,377

63,203,794

92,822,428

770,005,331

ซื้อเพิ่ม

-

40,821,547

8,240,705

13,154,192

62,216,444

จำหน่าย

-

(33,714,138)

(3,907,187)

(2,026,698)

(39,648,023)

31 ธันวาคม 2549

71,595,732

549,490,786

67,537,312

103,949,922

792,573,752

ค่าเสื่อมราคาสะสม :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

52,774,146

439,774,661

48,795,695

62,734,721

604,079,223

ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี (ราคาทุน)

5,158,573

13,490,688

5,738,389

7,463,488

31,851,138

ค่าเสื่อมราคาสำหรับส่วนที่ตีราคาเพิ่ม

342,205

-

-

-

342,205

ค่าเสื่อมราคาของส่วนที่จำหน่าย

-

(29,300,321)

(3,492,115)

(1,095,499)

(33,887,935)

31 ธันวาคม 2549

58,274,924

423,965,028

51,041,969

69,102,710

602,384,631

ค่าเผื่อการด้อยค่า :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

972,374

19,603,495

690,302

21,000

21,287,171

31 ธันวาคม 2549

972,374

19,603,495

690,302

21,000

21,287,171

มูลค่าสุทธิตามบัญชี :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

17,849,212

83,005,221

13,717,797

30,066,707

144,638,937

31 ธันวาคม 2549

12,348,434

105,922,263

15,805,041

34,826,212

168,901,950

ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี :

 

 

 

 

 

2548

 

 

 

 

28,114,259

2549

 

 

 

 

32,193,343

ขาดทุนจากการด้อยค่าสำหรับปี:

 

 

 

 

 

ปี 2548

 

 

 

 

972,374

ปี 2549

 

 

 

 

-


 


 

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาที่ตีใหม่

สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาทุน

 

 

 

เครื่องจักรและ

เครื่องตกแต่ง

 

 

 

อาคารบน

อุปกรณ์

ติดตั้งและ

 

 

 

ที่ดินเช่า

ก่อสร้าง

อุปกรณ์

ยานพาหนะ

รวม

ราคาทุน/ราคาที่ตีใหม่ :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

71,595,732

542,383,377

62,720,873

92,561,999

769,261,981

ซื้อเพิ่ม

-

40,821,547

8,240,705

13,154,192

62,216,444

จำหน่าย

-

(33,714,138)

(3,429,266)

(1,766,269)

(38,909,673)

31 ธันวาคม 2549

71,595,732

549,490,786

67,532,312

103,949,922

792,568,752

ค่าเสื่อมราคาสะสม :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

52,774,146

439,774,661

48,443,995

62,537,795

603,530,597

ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี (ราคาทุน)

5,158,573

13,490,688

5,663,208

7,431,095

31,743,564

ค่าเสื่อมราคาสำหรับส่วนที่ตีราคาเพิ่ม

342,205

-

-

-

342,205

ค่าเสื่อมราคาของส่วนที่จำหน่าย

-

(29,300,321)

(3,070,233)

(866,180)

(33,236,734)

31 ธันวาคม 2549

58,274,924

423,965,028

51,036,970

69,102,710

602,379,632

ค่าเผื่อการด้อยค่า :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

972,374

19,603,495

690,302

21,000

21,287,171

31 ธันวาคม 2549

972,374

19,603,495

690,302

21,000

21,287,171

มูลค่าสุทธิตามบัญชี :

 

 

 

 

 

31 ธันวาคม 2548

17,849,212

83,005,221

13,586,576

30,003,204

144,444,213

31 ธันวาคม 2549

12,348,434

105,922,263

15,805,040

34,826,212

168,901,949

ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี :

 

 

 

 

 

2548

 

 

 

27,966,589

2549

 

 

 

32,085,769

ขาดทุนจากการด้อยค่าสำหรับปี:

 

 

 

 

ปี 2548

 

 

 

 

972,374

ปี 2549

 

 

 

 

-

 


                    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯมีอาคารและอุปกรณ์จำนวนหนึ่งซึ่งตัดค่าเสื่อมราคาหมดแล้วแต่ยังใช้งานอยู่ ราคาทุนก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสมของสินทรัพย์ดังกล่าวมีจำนวนเงินประมาณ 576 ล้านบาท (2548 : 598  ล้านบาท)

                    ในปี 2542 บริษัทฯได้จัดให้มีการประเมินราคาอาคารโดยผู้ประเมินราคาอิสระโดยใช้เกณฑ์ราคาตลาด ซึ่งผลจากการประเมินแสดงมูลค่าอาคารเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวมประมาณ 7 ล้านบาท บริษัทฯได้บันทึกการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอาคารดังกล่าวใน “ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์” ในส่วนของผู้ถือหุ้น

                    หากบริษัทฯแสดงมูลค่าของอาคารด้วยวิธีราคาทุน มูลค่าสุทธิตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ตามวิธีราคาทุนจะเป็นดังนี้ :-

 (หน่วย : บาท)

 

 

งบการเงินรวม

 

 

 

2549

2548

มูลค่าสุทธิตามบัญชี

 

 

 

 

   (ตามราคาทุน) :

 

 

 

 

อาคารบนที่ดินเช่า

 

 

12,348,434

17,507,007

12.  สินทรัพย์สุทธิของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ

  (หน่วย : บาท)

 

 

งบการเงินรวม

 

 

 

2549

2548

สินทรัพย์รวม

 

 

309,691,972

339,511,224

หนี้สินรวม

 

 

(97,127)

(123,330)

สินทรัพย์สุทธิก่อนค่าเผื่อ

 

 

309,594,845

339,387,894

หัก : ค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินทรัพย์

 

 

(2,854,600)

(2,854,600)

สินทรัพย์สุทธิ

 

 

306,740,245

336,533,294

                    สินทรัพย์สุทธิของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์สุทธิของบริษัท ฮาร์โมนี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ซีเอ็น เพลส สีลม ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด

                    บริษัท ฮาร์โมนี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป จำกัด ได้นำเงินฝากธนาคารจำนวนประมาณ 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือเทียบเท่า 150 ล้านบาท) ไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อของบริษัทฯ


13เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

                    เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยเงินลงทุนในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ :-

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

2549

2548

ที่ดิน

107,007,464

107,007,464

107,007,464

107,007,464

อาคารชุด

9,313,950

9,313,950

9,313,950

9,313,950

รวม

116,321,414

116,321,414

116,321,414

116,321,414

หัก : ค่าเผื่อการลดมูลค่าเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

(22,231,414)

(22,231,414)

(22,231,414)

(22,231,414)

เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ - สุทธิ

94,090,000

94,090,000

94,090,000

94,090,000

                    บริษัทฯได้นำที่ดินของบริษัทฯจำนวน 3 แปลงไปจดจำนองไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อเป็น          หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินเบิกเกินบัญชีที่ได้รับจากธนาคารแห่งนั้นตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุ 14

14เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร

                    เงินเบิกเกินบัญชีธนาคารของบริษัทฯค้ำประกันโดยการจำนำเงินฝากธนาคาร การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างบางโครงการ การจำนำใบหุ้นของบริษัทย่อย และการจดจำนองที่ดินของบริษัทฯ


15หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและเช่าการเงิน

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

2549

2548

หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและเช่าการเงิน

29,520,076

18,720,764

29,520,076

18,720,764

หัก : ดอกเบี้ยรอการตัดจำหน่าย

(3,824,806)

(1,927,191)

(3,824,806)

(1,927,191)

 

25,695,270

16,793,573

25,695,270

16,793,573

หัก : ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี

(9,520,844)

(6,087,037)

(9,520,844)

(6,087,037)

หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและเช่าการเงิน - สุทธิ

 

 

 

 

   จากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี

16,174,426

10,706,536

16,174,426

10,706,536

                    บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าการเงินกับบริษัทลีสซิ่งเพื่อเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ โดยมีกำหนดการชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน ค่าเช่าที่จะต้องจ่ายตามสัญญาตั้งแต่ปี 2550 ถึงปี 2553 มีจำนวนรวมประมาณ 29.3 ล้านบาท สินทรัพย์ซึ่งบริษัทฯได้มาภายใต้สัญญาเช่าการเงินจะถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ของบริษัทฯในราคาเงินสดโดยมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีหลังหักค่าเสื่อมราคาสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จำนวนประมาณ 27.5 ล้านบาท (2548 : 16.4 ล้านบาท)

16ประมาณการหนี้สินจากภาระค้ำประกันและหนี้สินอื่น

                    ในระหว่างปี 2546 บริษัทฯได้ตั้งสำรองสำหรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากภาระค้ำประกันและหนี้สินอื่นซึ่งเจ้าหนี้ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯจำนวน 112 ล้านบาท สำรองดังกล่าวประมาณขึ้นในอัตราร้อยละ 3 ของยอดหนี้ค้ำประกันและหนี้สินตามคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งได้แก่ เจ้าหนี้ค้ำประกัน เงินกู้ยืมของกลุ่มบริษัท เจ้าหนี้ตามหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ เจ้าหนี้ตามหนังสือค้ำประกันซึ่งกำหนดมูลค่าและไม่กำหนดมูลค่า เพื่อเป็นการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้างของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ เจ้าหนี้กรมสรรพากรและเจ้าหนี้อื่น ๆ ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อมั่นว่าสำรองดังกล่าวจะครอบคลุมผลขาดทุนและจะไม่มีหนี้สินอื่นที่เป็นสาระสำคัญที่อาจจะเกิดขึ้นจากภาระหนี้ดังกล่าว

ในระหว่างปี 2547 และ 2548 บริษัทฯได้รับการยกหนี้สินบางส่วนสำหรับเจ้าหนี้กลุ่มที่ 9 และ12 จำนวนประมาณ 24 ล้านบาท และจ่ายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มที่ 8 และ 9 จำนวนประมาณ 16 ล้านบาทตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ในระหว่างปี 2549 บริษัทฯได้จ่ายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มที่ 8 จำนวนประมาณ 3 ล้านบาทตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 คงเหลือประมาณการหนี้สินจำนวนประมาณ 69 ล้านบาท (2548 : 72 ล้านบาท)


17ทุนเรือนหุ้น

(หน่วย : บาท)

 

2549

2548

ทุนอนุมัติและจดทะเบียน

 

 

   หุ้นสามัญ 401,162,888 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท

401,162,888

401,162,888

 ทุนที่ออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่าแล้ว

 

 

   หุ้นสามัญ 401,161,682 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท

401,161,682

401,161,682

18.  ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์

                    ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ คือส่วนเกินทุนจากการตีราคาอาคาร ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าว จะทยอยตัดจำหน่ายโดยใช้วิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ของสินทรัพย์นั้น และบันทึกโอนไปยังกำไรสะสมโดยตรง

(หน่วย : บาท)

 

งบการเงินรวม

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

2549

2548

อาคาร

6,848,742

6,848,742

6,848,742

6,848,742

หัก : ค่าตัดจำหน่ายสะสม

(6,848,742)

(6,506,537)

(6,848,742)

(6,506,537)

ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ - สุทธิ

-

342,205

-

342,205

 

 

 

 

 

จำนวนตัดจำหน่ายเข้าบัญชีกำไรสะสมสำหรับปี

342,205

342,204

342,205

342,204

                    ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าวไม่สามารถนำมาหักกับขาดทุนสะสมและไม่สามารถจ่ายเป็นเงินปันผลได้

19สำรองตามกฎหมาย

                    เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 บริษัทฯต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิประจำปีหักด้วยยอดขาดทุนสะสมยกมา (ถ้ามี) จนกว่าทุนสำรองนี้จะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน สำรองตามกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถนำไปจ่ายเงินปันผลได้


20หุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อย

                    หุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อยแสดงตามราคาทุนของหุ้นสามัญจำนวน 13.55 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาทรวม 13.55 ล้านบาท ซึ่งออกจำหน่ายโดยบริษัทฯตามแผนการปรับโครงสร้างทุนของบริษัทฯและได้ถือไว้โดยบริษัทย่อย การถือหุ้นดังกล่าวได้แสดงไว้เป็นรายการหักในส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินรวมเพื่อแสดงส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯสุทธิ

21แผนฟื้นฟูกิจการ

                    เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2545 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้บริษัทฯทำการฟื้นฟูกิจการตามคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ พร้อมทั้งได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัดเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการตามที่เสนอ

                    แผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ :-

                    1.         การปรับโครงสร้างทุน

1)        โอนเงินสำรองตามกฎหมาย ส่วนเกินและส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นเพื่อชดเชยขาดทุนสะสม

2)        ลดทุนจดทะเบียนส่วนที่ยังไม่ได้เรียกชำระจำนวน 18,035,800 หุ้นลงทั้งจำนวน ทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯลดลงจาก 1,592,193,200 บาท (หุ้นสามัญ 159,219,320 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) เป็น 1,411,835,200 บาท (หุ้นสามัญ 141,183,520 หุ้น มูลค่า       หุ้นละ 10 บาท)

3)        ลดทุนเพื่อชดเชยขาดทุนสะสมโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 0.01 บาท เพื่อดำเนินการเพิ่มทุนต่อไป

4)        เพิ่มทุนจดทะเบียนในวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนและ/หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญและ/หรือหลักทรัพย์แปลงสภาพแก่ผู้ถือหุ้นเดิมและ/หรือจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัดและ/หรือเพื่อขายต่อประชาชนทั่วไป

                    2.         การปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท โดยบริษัทฯจะเน้นการดำเนินธุรกิจการรับเหมาก่อสร้างในประเทศเป็นหลัก โดยบริษัทมีแผนที่จะขายหุ้นหรือขายโครงการหรือเลิกกิจการของ         บริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ไม่ได้ดำเนินกิจการหรือดำเนินงานขาดทุน

                    3.         การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้และแนวทางการชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มซึ่งมีทั้งหมด 12 กลุ่ม


                    เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2546 บริษัทฯได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าวเพื่อเสนอต่อเจ้าหนี้ โดยเจ้าหนี้ส่วนใหญ่มีมติอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 และศาลล้มละลายกลางได้ให้ความ      เห็นชอบต่อแผนฟื้นฟูกิจการแล้วเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2546 โดยศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2546 บริษัทฯได้ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าว ซึ่งแผนการปรับโครงสร้างทุน การปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท และการปรับโครงสร้างหนี้โดยส่วนใหญ่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจากบริษัทฯสามารถปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการในส่วนที่สำคัญสำเร็จแล้วและได้พิจารณาตั้งสำรองสำหรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากภาระค้ำประกันและหนี้สินอื่นไว้แล้วในบัญชี บริษัทฯจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548 และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ

                    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 บริษัทฯได้กันเงินสำรองเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ยังไม่มีคำสั่งถึงที่สุดเป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาท ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี

22เงินปันผลจ่าย

                    เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯครั้งที่ 367 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของปี 2548 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นประมาณ 40 ล้านบาท เงินปันผลเสนอจ่ายนี้ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัทฯครั้งที่ 73 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549 โดยบริษัทฯจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่            15 พฤษภาคม 2549

23ภาษีเงินได้นิติบุคคล

                    บริษัทฯไม่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2549 และ 2548 เนื่องจากบริษัทฯมีผลขาดทุนทางภาษียกมาจากปีก่อน ๆ

24.  กำไรต่อหุ้น

                กำไรต่อหุ้นที่แสดงในงบกำไรขาดทุนเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานซึ่งคำนวณโดยการหารกำไรสุทธิสำหรับปีด้วยจำนวนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญที่ออกอยู่ในระหว่างปี โดยในงบการเงินรวมเป็นยอดสุทธิจากหุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อย ตามรายละเอียดดังนี้ :-

(หน่วย : หุ้น)

 

2549

2548

จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ)

401,161,682

401,161,682

หัก : หุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อย

(13,552,457)

(13,552,457)

จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก - สุทธิ (งบการเงินรวม)

387,609,225

387,609,225


25.  ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญางานระหว่างก่อสร้าง

                ต้นทุนการก่อสร้างรวมที่เกิดขึ้นปรับปรุงด้วยกำไรหรือขาดทุนที่รับรู้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ของงานก่อสร้างตามสัญญามีจำนวนประมาณ 11,360 ล้านบาท (เฉพาะของบริษัทฯ : 11,010 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทฯและกิจการร่วมค้าได้เรียกเก็บเงินสดจากผู้ว่าจ้างแล้วประมาณ 10,324 ล้านบาท (เฉพาะของบริษัทฯ 9,974 ล้านบาท)

26กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

                บริษัทฯและพนักงานบริษัทฯได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 โดยบริษัทฯและพนักงานจะจ่ายสมทบเข้ากองทุนเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้บริหารโดยบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด และจะจ่ายให้แก่พนักงานเมื่อพนักงานนั้นออกจากงานตามระเบียบว่าด้วยกองทุนของบริษัทฯ ในระหว่างปี 2549 บริษัทฯได้จ่ายเงินสมทบกองทุนเป็นจำนวนเงิน 8.3 ล้านบาท (2548: 7.2 ล้านบาท)

27จำนวนและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

2549

2548

จำนวนพนักงาน ณ วันสิ้นปี (คน)

6,594

4,236

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานสำหรับปี (พันบาท)

727,672

546,977


28การเสนอข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน

                    บริษัทฯ บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าดำเนินกิจการส่วนใหญ่ในส่วนงานเดียวคือธุรกิจรับเหมา              ก่อสร้างโดยมีส่วนงานทางภูมิศาสตร์ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ

                    ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงานทางภูมิศาสตร์ของบริษัทฯ บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า                ณ วันที่และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 เป็นดังนี้ :-

(หน่วย : ล้านบาท)

 

งบการเงินรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม

 

 

ประเทศอื่นในทวีป

รายการ

รวม

 

ประเทศไทย

เอเชีย

ตัดบัญชี

2549

2548

 

 

 

 

 

 

รายได้จากงานก่อสร้าง

4,839

-

(2)

4,837

3,623

กำไรจากการดำเนินงาน

63

4

(17)

50

134

ดอกเบี้ยจ่าย

(2)

-

-

(2)

(1)

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

-

-

-

-

(2)

ผลการดำเนินงานของหน่วยงาน                       ที่เลิกดำเนินธุรกิจ

-

18

-

18

5

กำไรสุทธิ

 

 

 

66

136

 

 (หน่วย : ล้านบาท)

 

งบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม

 

 

ประเทศอื่นในทวีป

รายการ

รวม

 

ประเทศไทย

เอเชีย

ตัดบัญชี

2549

2548

ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ

771

-

-

771

507

งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา

1,045

-

-

1,045

671

อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ

169

-

-

169

145

สินทรัพย์อื่น

4,979

417

(4,342)

1,054

1,335

รวมสินทรัพย์

6,964

417

(4,342)

3,039

2,658

                    บริษัทฯ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าใช้เกณฑ์ในการกำหนดราคาระหว่างกันตามที่กล่าวไว้ใน        หมายเหตุ 10


29ภาระผูกพัน

                    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทและบริษัทฯมีภาระผูกพันนอกเหนือจากที่เปิดเผยไว้ในหมายเหตุอื่นแล้วดังต่อไปนี้ :-

        ()      ภาระผูกพันเกี่ยวเนื่องกับสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานและคลังสินค้าของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ และภาระผูกพันตามสัญญาเช่าระยะยาวอื่น ค่าเช่าที่จะต้องจ่ายในอนาคตตามสัญญาเช่ามีจำนวนประมาณ 1.1 ล้านบาท (2548 : 6.6 ล้านบาท)

        ()      บริษัทฯมีภาระผูกพันส่วนใหญ่เกี่ยวกับสัญญาเช่าดำเนินงานเป็นจำนวนเงินประมาณ 15.3 ล้านบาท (2548 : 15.7 ล้านบาท)

30หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น

                    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทและบริษัทฯมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่เปิดเผยไว้ในหมายเหตุอื่นแล้วดังต่อไปนี้ :-

        ()      บริษัทฯได้ออกหนังสือค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ่ายเงินตามสัญญาการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้าง และการประกันวงเงินสินเชื่อเป็นจำนวนเงินประมาณ 359 ล้านบาท (2548 : 367 ล้านบาท) นอกจากนี้ บริษัทฯได้ออกหนังสือค้ำประกันทั้งที่กำหนดมูลค่าและไม่กำหนดมูลค่าเพื่อเป็นการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้างของบริษัทย่อยในต่างประเทศ ซึ่งในปี 2546 บริษัทฯได้บันทึกหนี้สินสำหรับภาระค้ำประกันดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยประมาณจากจำนวนภาระค้ำประกันสูงสุดที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ

        ()      บริษัทฯมีหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามบริษัทฯเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,449 ล้านบาท (2548 : 1,063 ล้านบาท) ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับภาระผูกพันทางปฏิบัติบางประการตามปกติธุรกิจของ บริษัทฯ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,121ล้านบาทในนามของกลุ่มบริษัท ซึ่งบริษัทฯได้บันทึกหนี้สินสำหรับภาระค้ำประกันดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยประมาณจากจำนวนภาระค้ำประกันสูงสุดที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ


            เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2549 บริษัทฯได้รับแจ้งจากหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทฯแสดงความจำนงขอร่วมประมูลโครงการก่อสร้างว่าหน่วยงานดังกล่าวจะยึดหลักประกันซองจำนวน 168 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการในการประมูลโครงการ ต่อมาเมื่อวันที่  21 สิงหาคม 2549 บริษัทฯได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงเหตุผลและขอให้ทบทวนแนวปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับการประมูลโครงการก่อสร้าง และวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัทฯได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาเพิกถอนคำสั่งยึดหรือริบหลักประกันซอง และได้ยื่นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของหน่วยงานการปกครองเพื่อระงับการเรียกชำระเงินตามหนังสือยึดหลักประกันซองดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัทฯได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแห่งหนึ่งซึ่งบริษัทฯยื่นขอความเป็นธรรมคำสั่งยึดหลักประกันซอง ว่าการยึดหลักประกันซองดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการประมูลโครงการ และไม่อาจเลือกปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้ขอความเห็นจากที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯ ซึ่งที่ปรึกษาทางกฎหมายได้ให้ความเห็นว่าโอกาสที่บริษัทฯจะชนะคดีมีค่อนข้างสูง ดังนั้น ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อว่าจะไม่มีหนี้สินที่เป็นสาระสำคัญเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว

        (ค)      บริษัทฯเข้าค้ำประกันต่อธนาคารในประเทศแห่งหนึ่งสำหรับวงเงินสินเชื่อและวงเงินค้ำประกันที่ธนาคารแห่งนั้นได้ให้แก่บริษัทร่วมในต่างประเทศในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 103 ล้านโครนเดนมาร์ค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้รับหนังสือค้ำประกันจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทร่วมดังกล่าวสำหรับ   หนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และภายใต้ข้อตกลงระหว่างธนาคารกับบริษัทร่วมแห่งนั้นจะไม่มีการให้สินเชื่อเพิ่มเติม และภาระค้ำประกันที่มีอยู่จะทยอยลดลงตามอายุของหนังสือค้ำประกัน ซึ่ง          ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อว่าภาระค้ำประกันดังกล่าวจะสิ้นสุดในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากเมษายน 2544 และบริษัทฯได้บันทึกหนี้สินสำหรับภาระค้ำประกันดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยประมาณจากจำนวนภาระค้ำประกันสูงสุดที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ


(ง)      ในระหว่างปี 2545 บริษัทฯได้ยื่นขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของปี 2542 - 2544 ต่อกรมสรรพากรเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 67 ล้านบาท จากการตรวจสอบเพื่อคืนภาษีโดยเจ้าหน้าที่สรรพากร บริษัทฯถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์เป็นจำนวนเงินประมาณ 118 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนทางภาษียกมาของปีเดียวกัน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2545 บริษัทฯได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2548 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยให้ปลดภาษีที่ประเมินลงบางส่วนคงเหลือภาษีที่ประเมินรวมเบี้ยปรับเงินเพิ่มเป็นจำนวนเงินประมาณ 93 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2548 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้จำนวน 118 ล้านบาท และเห็นว่าเจ้าหนี้มีสิทธิหักกลบลบหนี้ดังกล่าวกับเงินที่เจ้าหนี้แจ้งคืนเงินภาษีอากรจึงมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นจำนวนประมาณ 61 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม              เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2548 บริษัทฯได้ยื่นขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548 บริษัทฯได้ยื่นคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมา             เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2549 ศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำพิพากษาและวันที่ 22 กันยายน 2549 บริษัทฯได้รับสำเนาคำพิพากษาจากศาลภาษีอากรกลางให้บริษัทฯชนะคดีในบางประเด็นทำให้บริษัทฯได้รับการปลดภาษีที่ประเมินลงบางส่วนคงเหลือประมาณ 16 ล้านบาท ขณะนี้คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อว่าจะไม่มีหนี้สินที่เป็นสาระสำคัญเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว และสำรองทั่วไปที่ตั้งไว้ในบัญชีมีจำนวนที่เพียงพอ


31.  เครื่องมือทางการเงิน

        31.1    นโยบายการบริหารความเสี่ยง

                                ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 48 เรื่องการแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลสำหรับเครื่องมือทางการเงิน บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่แสดงในงบดุลประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า และเงินลงทุน บริษัทฯมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการเงินดังกล่าว และมีนโยบายในการบริหารความเสี่ยงดังนี้

                    31.1.1     ความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อ

                                                บริษัทฯมีความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง ฝ่ายบริหารควบคุมความเสี่ยงนี้โดยการกำหนดให้มีนโยบายและวิธีการในการควบคุมสินเชื่อที่เหมาะสม ดังนั้น บริษัทฯจึงไม่คาดว่าจะได้รับความเสียหายที่เป็นสาระสำคัญจากการให้สินเชื่อ นอกจากนี้  การให้สินเชื่อของบริษัทฯไม่มีการกระจุกตัวเนื่องจากบริษัทฯมีฐานของลูกค้าที่หลากหลายและมีอยู่จำนวนมากรายและให้บริการแก่ลูกค้าที่มีฐานะด้านการชำระหนี้ดีเป็นส่วนใหญ่ จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทฯอาจต้องสูญเสียจากการให้สินเชื่อคือมูลค่าตามบัญชีของลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างหักด้วยค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่แสดงอยู่ในงบดุล

                    31.1.2     ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย

                                                บริษัทฯและบริษัทย่อยมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับเงินฝากกับธนาคาร และเงินเบิกเกินบัญชี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินส่วนใหญ่มีอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นลงตามอัตราตลาดหรือมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราตลาดในปัจจุบัน ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยของบริษัทฯจึงอยู่ในระดับต่ำ

                                                ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 สินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่สำคัญสามารถจัดตามประเภทอัตราดอกเบี้ย และสำหรับสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่สามารถแยกตามวันที่ครบกำหนด หรือ วันที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยใหม่ (หากวันที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยใหม่ถึงก่อน) ได้ดังนี้        


 


 

งบการเงินรวม

 

อัตราดอกเบี้ยคงที่

อัตราดอกเบี้ย

 

 

 

 

ภายใน

มากกว่า 1

ปรับขึ้นลงตาม

ไม่มีอัตรา

 

 

 

1 ปี

ถึง 5 ปี

อัตราตลาด

ดอกเบี้ย

รวม

อัตราดอกเบี้ย

 

(ล้านบาท)

(ร้อยละต่อปี)

สินทรัพย์ทางการเงิน

 

 

 

 

 

 

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

43

-

102

9

154

0.12% - 5.00%

ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ

-

-

-

771

771

-

เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน

59

-

81

-

140

0.50% - 4.10%

สินทรัพย์ของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ

304

-

2

1

307

0.25% - 7.30%

 

406

-

185

781

1,372

 

 

 

 

 

 

 

 

หนี้สินทางการเงิน

 

 

 

 

 

 

เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร

-

-

7

-

7

7.00% - 8.00%

เจ้าหนี้การค้าและต้นทุนการก่อสร้างค้างจ่าย

-

-

-

1,022

1,022

-

หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อ และเช่าการเงิน

-

26

-

-

26

7.40% - 8.60%

 

-

26

7

1,022

1,055

 

                 

 

งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ

 

อัตราดอกเบี้ยคงที่

อัตราดอกเบี้ย

 

 

 

 

ภายใน

มากกว่า 1

ปรับขึ้นลงตาม

ไม่มีอัตรา

 

 

 

1 ปี

ถึง 5 ปี

อัตราตลาด

ดอกเบี้ย

รวม

อัตราดอกเบี้ย

 

(ล้านบาท)

(ร้อยละต่อปี)

สินทรัพย์ทางการเงิน

 

 

 

 

 

 

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

40

-

41

7

88

0.12% - 4.85%

ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ

-

-

-

771

771

-

เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน

59

-

81

-

140

0.50% - 4.10%

เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย

-

-

10

-

10

MOR + 0.25%

 

99

-

132

778

1,009

 

 

 

 

 

 

 

 

หนี้สินทางการเงิน

 

 

 

 

 

 

เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร

-

-

7

-

7

7.00% - 8.00%

เจ้าหนี้การค้าและต้นทุนการก่อสร้างค้างจ่าย

-

-

-

1,022

1,022

-

หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อ และเช่าการเงิน

-

26

-

-

26

7.40% - 8.60%

 

-

26

7

1,022

1,055

 


                    31.1.3     ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

                                                บริษัทฯและบริษัทย่อยมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องจากการซื้อหรือขายสินค้าหรือให้บริการเป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯและบริษัทย่อยมิได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

                                                ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯมียอดคงเหลือของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ดังนี้

 

สินทรัพย์ทาง

หนี้สินทาง

อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย

สกุลเงิน

การเงิน

การเงิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549

 

 

 

(บาทต่อหน่วยเงินตราต่างประเทศ)

เหรียญสหรัฐอเมริกา

584,468

169,372

36.0455

ปอนด์สเตอลิง

-

10,917

70.7350

โครนเดนมาร์ค

2,260

-

6.3530

        31.2    มูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน

                                เนื่องจากสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินส่วนใหญ่ของบริษัทฯและบริษัทย่อยจัดอยู่ในประเภทระยะสั้น หรือมีอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด บริษัทฯและบริษัทย่อย         จึงประมาณมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินใกล้เคียงกับมูลค่าตามบัญชีที่แสดงในงบดุล

                                มูลค่ายุติธรรม หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงแลกเปลี่ยนสินทรัพย์กันในขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีความรอบรู้ และเต็มใจในการแลกเปลี่ยนและสามารถต่อรองราคากันได้อย่างเป็นอิสระในลักษณะที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน วิธีการกำหนดมูลค่ายุติธรรมขึ้นอยู่กับลักษณะของเครื่องมือทางการเงิน มูลค่ายุติธรรมจะกำหนดจากราคาตลาดล่าสุด หรือกำหนดขึ้นโดยใช้เกณฑ์การวัดมูลค่าที่เหมาะสม

32เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน

                    เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯครั้งที่ 371 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของปี 2549 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้นประมาณ 20.06 ล้านบาท โดยบริษัทฯจะนำเสนอเพื่อขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวในที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัทฯต่อไป


33การจัดประเภทรายการในงบการเงิน

                    ได้มีการจัดประเภทรายการบัญชีในงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดประเภทรายการบัญชีของปีปัจจุบันซึ่งไม่มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิหรือส่วนของผู้ถือหุ้นตามที่ได้รายงานไปแล้ว

34การอนุมัติงบการเงิน

                    งบการเงินนี้ได้รับอนุมัติให้เผยแพร่จากคณะกรรมการของบริษัทฯในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550