เวลาและสถานที่
กรรมการผู้เข้าร่วมประชุม
1. นายสานติ กระจ่างเนตร์ ประธานคณะกรรมการบริษัท
2. นายประทีป วงศ์นิรันดร์ กรรมการและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
3. นายวินัย วามวาณิชย์ กรรมการและกรรมการตรวจสอบ
4. นายภมรศักดิ์ สุรคุปต์ กรรมการและกรรมการตรวจสอบ
5. นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการและเลขานุการบริษัท
6. นายปรีดิ์ บุรณศิริ กรรมการ
7. นายอำนาจ อินทรสุขศรี กรรมการ
8. นางจุไรรัตน์ ศุขสวัสดิ์ กรรมการ
เริ่มการประชุม เวลา 10.10 น.
กิจการเบื้องต้น
นายสานติ
กระจ่างเนตร์ ประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม กล่าวต้อนรับ
ผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้เข้าประชุมและแจ้งต่อที่ประชุมว่า
การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 73 มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองและโดยผู้รับมอบฉันทะรวม
37 ราย ถือหุ้นรวมกันเป็นจำนวน 317,113,621 หุ้น หรือเท่ากับร้อยละ 79.05 ของหุ้นทั้งหมดที่ออกโดยบริษัทฯ
ถือว่าครบเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ
การประชุมได้จัดให้มีขึ้นตามหนังสือนัดประชุมลงวันที่ 12 เมษายน 2549 ซึ่ง
ได้ส่งทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกราย ผู้มีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนหุ้น ณ
วันที่ 3 เมษายน 2549 และยืนยันว่าการประชุมนี้ถูกต้องตามระเบียบ
ประธานกล่าวเปิดประชุมเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระที่แจ้งในหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ประจำปีครั้งที่ 73 การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังจากบริษัทฯได้รับคำสั่งจากศาลล้มละลายกลางให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่
1 กันยายน 2548 วิธีการปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนใน
แต่ละวาระ
ผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะที่ผู้ถือหุ้นให้สิทธิออกเสียงแทนนั้น
ในกรณี
ที่ประสงค์จะลงคะแนนเสียงคัดค้านหรืองดออกเสียงสามารถที่จะลงคะแนนเสียงในบัตรลงคะแนนเสียงโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯจะนำมาตรวจนับคะแนนเสียงต่อไป
ประธานขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาวาระดังต่อไปนี้
วาระที่ 1 พิจารณาและรับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 72 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2545
ประธานได้เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่
72
ที่ได้ประชุมเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2545 ซึ่งได้แนบไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมแล้ว
โดยขอให้พิจารณาสำเนารายงานการประชุมทีละหน้า
มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 72 ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2545
วาระที่ 2 พิจารณารับทราบรายงานประจำปี 2548 ของคณะกรรมการบริษัทฯ
ประธานได้รายงานต่อที่ประชุมว่า
รายงานประจำปี 2548 ได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม และขอให้ นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้รายงานต่อที่ประชุม นายดนุช ยนตรรักษ์
ได้รายงานให้ทราบถึงผลประกอบการในปี 2548 เปรียบเทียบกับปี 2547
ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
|
(หน่วย : ล้านบาท) |
2548 |
2547 |
|
รายได้รวม |
3,694 |
4,147 |
|
กำไรสุทธิ (ไม่รวมผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เลิกกิจการ) |
130 |
138 |
|
มูลค่างานที่ชนะการประมูล |
6,317 |
2,588 |
นอกจากนี้ได้รายงานเพิ่มเติมสรุปผลประกอบการตั้งแต่ปี
2544 - 2548 ระหว่างที่บริษัทฯ เข้า
สู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
|
(หน่วย : ล้านบาท) |
2544 |
2545 |
2546 |
2547 |
2548 |
|
รายได้จากงานก่อสร้าง |
1,807 |
2,288 |
3,332 |
4,096 |
3,623 |
|
รายได้รวม |
1,907 |
2,419 |
3,859 |
4,147 |
3,694 |
|
กำไรขั้นต้น |
146 |
204 |
182 |
249 |
258 |
|
อัตราร้อยละ-กำไรขั้นต้น |
8.08% |
8.92% |
5.46% |
6.08% |
7.12% |
|
กำไรสุทธิ |
(172) |
(13) |
1,203 |
309 |
136 |
|
อัตราร้อยละ-ค่าใช้จ่ายบริหาร |
10.49% |
5.75% |
4.02% |
3.23% |
3.98% |
|
สินทรัพย์รวม |
1,241 |
1,544 |
2,062 |
2,294 |
2,658 |
|
หนี้สินรวม |
2,328 |
2,628 |
1,546 |
1,484 |
1,695 |
|
ส่วนของผู้ถือหุ้น |
(1,087) |
(1,084) |
516 |
810 |
963 |
|
งานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ณ สิ้นปี |
2,094 |
2,173 |
2,307 |
1,368 |
4,759 |
หลังจากนั้นประธาน
ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามและแสดงความเห็น โดยมีผู้ถือหุ้นได้ซักถาม
ในประเด็นดังนี้
1. ข้อจำกัดของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจก่อสร้างโดยการรับงานเพิ่ม
กรรมการผู้จัดการชี้แจงว่า
ปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ แรงงานที่
มีทักษะ และบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมแก่บุคลากรของบริษัทฯ
ในระดับต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งมีระบบจ่ายผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมกับภาวะการดำเนินธุรกิจในระดับที่สามารถแข่งขันได้เพื่อรักษาแรงงานและบุคลากรที่มีคุณภาพให้ร่วมงานกับบริษัทฯ
2. ผลกระทบต่อบริษัทฯ ในกรณีที่โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (Mega Project) จะล่าช้าออกไป
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า เนื่องจากโครงการ Mega Project ต้องอาศัยการร่วมกันประมูลงานของผู้รับเหมารายใหญ่หลายราย ซึ่งผู้รับเหมารายใหญ่ก็ต้องมีการประมูลงานต่อไปให้แก่ผู้รับเหมาขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อให้โครงการเสร็จได้ทันตามกำหนด ดังนั้น ความล่าช้าของโครงการ Mega Project อาจส่งผลกระทบต่อผู้รับเหมารายต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ อาจได้รับผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการรับเหมาก่อสร้างโครงการปิโตรเคมี ซึ่งงานของโครงการดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงในอนาคต จึงเป็นการลดผลกระทบจากความล่าช้าของโครงการ Mega Project
3. นโยบายของบริษัทฯ ในการรับงานก่อสร้างมีมูลค่าโครงการขนาดเท่าใด
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า โดยเฉลี่ยโครงการก่อสร้างจะมีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายที่จะรับงานที่มูลค่าสูงเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเริ่มงานหรือจำนวนบุคลากรใกล้เคียงกับโครงการขนาดเล็ก
4. การแก้ไขปัญหาบริษัทย่อยในต่างประเทศ
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า บริษัทฯ มีปัญหาสืบเนื่องจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ปัจจุบันบริษัทย่อยเหล่านั้นได้ปิดกิจการไปแล้ว และบริษัทฯ มีนโยบายมุ่งเน้นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างภายในประเทศไทย
5. นโยบายของบริษัทฯ ในการลงทุนในต่างประเทศ
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มุ่งเน้นการรับเหมาก่อสร้างในประเทศเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การขยายงานไปต่างประเทศจะต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสมกับภาวะการดำเนินธุรกิจ
6. บริษัทฯ มีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีในการก่อสร้างอย่างไรบ้าง
ประธานกรรมการ ชี้แจงว่า เทคโนโลยีด้านการก่อสร้างมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ได้ติดตามศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
7. เนื่องจาก Backlog ปี 2548 มีประมาณกว่า 4 พันล้านบาท ดังนั้นจะส่งผลต่อผลประกอบการปี 2549 อย่างไร
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า ตามที่คาดการณ์ไว้ ในปี 2549 บริษัทฯ จะมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นตามภาวะการดำเนินธุรกิจ
8. บริษัทฯ มีวิธีป้องกันความเสี่ยงจากการที่วัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างไร
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า ในการประมูลงานของภาคเอกชน บริษัทฯ จะคำนึงถึงราคาวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สำหรับการประมูลงานของภาครัฐนั้น โดยส่วนใหญ่จะกำหนดการปรับราคาได้ตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุก่อสร้าง
9. เกี่ยกับการจัดส่งเอกสารเชิญประชุมล่าช้า
กรรมการผู้จัดการ ชี้แจงว่า สาเหตุจากวันหยุดหลายวันติดต่อกัน จึงทำให้การจัดส่งเอกสารล่าช้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะรับไปพิจารณาดำเนินการให้รวดเร็วขึ้นในปีต่อไป
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดซักถามและแสดงความคิดเห็นใดเพิ่มเติม
มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2548
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติ งบดุล งบกำไรขาดทุนและรายงานของผู้สอบบัญชี สำหรับรอบปีบัญชี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ประธานได้เสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณางบดุลและงบกำไรขาดทุนประจำปี 2548 ตามที่ปรากฏในรายงานประจำปีที่ได้ส่งให้กับผู้ถือหุ้นล่วงหน้า พร้อมให้ซักถามข้อสงสัย เมื่อไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดซักถาม ประธานจึงเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติ งบดุล และงบกำไรขาดทุน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 และรายงานของผู้สอบบัญชี
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติ งบดุล และงบกำไรขาดทุน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 และรายงานของผู้สอบบัญชี
วาระที่ 4 พิจารณาและอนุมัติการจัดสรรกำไรเพื่อการจ่ายเงินปันผลและเงินสำรองตาม กฎหมายประจำปี 2548
ประธาน ขอให้ นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด
นายดนุช ยนตรรักษ์ ได้ชี้แจงให้ที่ประชุมทราบว่า ในปี 2548 บริษัทมีกำไร 136 ล้านบาท และไม่มียอดขาดทุนสะสม ตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 33 ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จึงเสนอต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการจัดสรรกำไรสุทธิ ดังนี้
1. จัดสรรกำไรสุทธิเป็นทุนสำรองตามกฎหมายเพิ่มอีก 5% ของกำไรสุทธิจำนวน 136 ล้านบาท เป็นจำนวนเงิน 6,808,589 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับทุนสำรองตามกฎหมายที่ได้จัดสรรไว้แล้ว ตามการประชุมของผู้บริหารแผน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2548 จำนวน 15,426,232 บาท เป็นทุนสำรองตามกฎหมายทั้งสิ้น 22,234,821 บาท
2. ขออนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงิน 40.12 ล้านบาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อรับสิทธิในเงินปันผลเวลา 12.00 น. ของวันที่ 4 พฤษภาคม 2549 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 กำไรคงเหลือหลังการจัดสรรให้โอนไปยังบัญชีกำไรสะสมเพื่อเป็นเงินทุนของบริษัทฯ ต่อไป
ผู้ถือหุ้นได้สอบถามเพิ่มเติมในเรื่องของนโยบายการปันผลว่าเป็นอย่างไร
กรรมการผู้จัดการชี้แจงว่า บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 40% ของกำไรสุทธิ
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีคำถามเพิ่มเติม
ประธานเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาจัดสรรกำไรเพื่อเป็น
ทุนสำรองตามกฎหมาย และอนุมัติการจ่ายเงินปันผลตามรายละเอียดที่กรรมการผู้จัดการได้เสนอ
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จัดสรรกำไรเพื่อเป็นทุนสำรองตามกฎหมาย และอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2548 ตามรายละเอียดข้างต้น และกำไรคงเหลือหลังการจัดสรรให้โอนไปยังบัญชีกำไรสะสมเพื่อเป็นเงินทุนของบริษัทฯ
วาระที่ 5 พิจารณาและอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการและกำหนดค่าตอบแทน
ประธานกล่าวว่าในการประชุมประจำปีครั้งนี้มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการที่ถึงกำหนดออกตามวาระจำนวน 3 ท่าน ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้ กรรมการจำนวนหนึ่งในสามของกรรมการทั้งหมดออกจากตำแหน่งในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของทุกปี สำหรับกรรมการที่จะต้องออกตามวาระในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย
(1) นายสานติ กระจ่างเนตร์ ประธานคณะกรรมการบริษัท
(2) นายประทีป วงศ์นิรันดร์ ประธานกรรมการตรวจสอบ และ
(3) นายภมรศักดิ์ สุรคุปต์ กรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการของบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
บุคคลทั้งสามเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าให้บริษัทฯ มาโดยตลอด
จึงเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมแต่งตั้งกรรมการ
ทั้งสามท่าน กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทต่อไป
ไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดมีข้อซักถามเพิ่มเติม
ประธานเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติให้กรรมการทั้งสามท่านกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทฯ
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้แต่งตั้ง นายสานติ กระจ่างเนตร์ นายประทีป วงศ์นิรันดร์ และนายภมรศักดิ์ สุรคุปต์ ดำรงตำแหน่งกรรมการอีกวาระหนึ่ง
ประธานได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาและอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและกรรมการตรวจสอบในอัตราเท่าเดิม โดยมีรายละเอียดดังนี้
ประธานคณะกรรมการบริษัท ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 40,000 บาท
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 60,000 บาท
กรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 50,000 บาท
กรรมการแต่ละท่าน ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 20,000 บาท
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีข้อซักถามเพิ่มเติม
ประธานเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการในอัตราดังกล่าว
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติค่าตอบแทนกรรมการตามที่ประธานเสนอ
วาระที่ 6 พิจารณาและอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2549 และกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี
ประธานขอให้ นายประทีป วงศ์นิรันดร์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้รายงานต่อที่ประชุม นายประทีป วงศ์นิรันดร์ รายงานต่อที่ประชุมว่า สำหรับปี 2549 คณะกรรมการได้เห็นชอบที่จะขอแต่งตั้ง
ผู้สอบบัญชีเดิม คือ นายรุทร เชาวนะกวี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3247
และ/หรือ นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3315 และ/หรือ นางสายฝน อินทร์แก้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4434 แห่งบริษัท สำนักงาน เอินส์ท
แอนด์ ยัง จำกัด เป็นผู้สอบบัญชี โดยกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี ในอัตราเท่าเดิมคือ
1,900,000 บาท ตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุม
ซึ่งอัตราดังกล่าวเป็นค่าสอบบัญชีของบริษัทจำนวน 1,770,000 บาท และบริษัทย่อย
220,000 บาท จึงขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีทั้งสามท่านพร้อมทั้งกำหนดค่าตอบแทนเป็นจำนวน
1,770,000 บาท
ผู้ถือหุ้นขอให้ชี้แจงรายละเอียดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ชี้แจงว่า ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีจำนวน 1,770,000 บาท ประกอบด้วย ค่าสอบบัญชีสำหรับปี จำนวน 850,000 บาท ค่าตอบแทนรายไตรมาส เพื่อนำส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาสที่ 1, 2 และ 3 จำนวน 3 ไตรมาส รวมเป็นเงิน 420,000 บาท และค่า Consolidate จำนวน 500,000 บาท
ไม่มีผู้ถือหุ้นใดมีข้อซักถามเพิ่มเติม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติแต่งตั้ง นายรุทร เชาวนะกวี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3247 และ/หรือ นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3315 และ/หรือ นางสายฝน อินทร์แก้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4434 แห่ง บริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ประจำปี 2549 โดยกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีจำนวน 1,770,000 บาท
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติแต่งตั้ง นายรุทร เชาวนะกวี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3247 และ/หรือ นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3315 และ/หรือ นางสายฝน อินทร์แก้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4434 แห่ง บริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ประจำปี 2549 โดยกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีจำนวน 1,770,000 บาท
วาระที่ 7 พิจารณาเพิ่มข้อบังคับของบริษัทฯ เรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์
ประธานขอให้ นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ชี้แจงต่อที่ประชุม นายดนุช ยนตร-รักษ์ ได้ชี้แจงว่า บริษัทฯ
ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2545 หลังจากนั้น
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ออกประกาศลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2546 และให้มีผลบังคับใช้
วันที่ 15 ธันวาคม 2546 เกี่ยวกับเรื่องรายการเกี่ยวโยงกันในเรื่องของการได้มาและจำหน่ายสินทรัพย์
โดยให้บริษัทจดทะเบียนระบุไว้เป็นข้อบังคับของบริษัท ซึ่งเดิมบริษัทฯ ยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้
จึงเสนอขออนุมัติผู้ถือหุ้น เพิ่มข้อบังคับข้อที่ 37 ดังมีข้อความต่อไปนี้
ไม่มีผู้ถือหุ้นใดซักถามเพิ่มเติม ประธานเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติเพิ่มข้อบังคับบริษัทข้อที่ 37 ตามที่กรรมการผู้จัดการได้ชี้แจง
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้เพิ่มข้อบังคับบริษัทข้อที่ 37 ตามที่เสนอ
วาระที่ 8 พิจารณากิจการอื่น ๆ
ประธาน ได้เรียนถามที่ประชุมว่ามีผู้ถือหุ้นท่านใดที่ต้องการเสนอเรื่องใดให้ที่ประชุมพิจารณาหรือไม่
นายวิทยา
อิทธิสุภรณ์รัตน์ ผู้รับมอบฉันทะจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า
จากรายงานประจำปี 2548 บริษัทมีกรรมการ 11 ท่าน กรรมการท่านที่ 7 คือ นายอมร
อัศวานันท์
ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์
จำกัด (มหาชน) ได้เสนอต่อประธานในที่ประชุมให้ระบุเพิ่มเติมวาระการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ลาออกไปเป็นวาระที่
8 โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ขอเสนอ นายศรัณย์ทร ชุติมา ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทแทน นายอมร อัศวานันท์ ที่ลาออกไป
ประธานสอบถามที่ประชุมว่ามีข้อขัดข้องประการใดหรือไม่ที่จะบรรจุเป็นวาระในวาระที่ 8 พร้อมกันนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้นำประวัติของ นายศรัณย์ทร ชุติมา มาเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา ประธานได้สอบถามว่ามีผู้ถือหุ้นท่านใดไม่เห็นด้วยหรือไม่
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดขัดข้อง
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติแต่งตั้ง
นายศรัณย์ทร ชุติมา เป็นกรรมการบริษัทแทน
นายอมร
อัศวานันท์ ที่ลาออก
ประธานได้เรียนถามที่ประชุมว่ามีผู้ถือหุ้นรายใดมีความประสงค์จะเสนอเรื่องอื่นใดหรือซักถามเพิ่มเติมหรือไม่
ผู้ถือหุ้นมีคำถามเพิ่มเติมในเรื่องของ
P/E Ratio ของ CNT ต่ำกว่า P/E Ratio ของบริษัท
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมเดียวกัน
ประธาน ชี้แจงว่า P/E Ratio จะขึ้นอยู่กับตัวแปรหลักๆ 2 ประการคือราคาที่ผู้ลงทุนในหุ้นนั้นพร้อมที่จะจ่ายเงิน และผลประกอบการของบริษัทฯ ในส่วนของบริษัทฯ ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้คือ สร้างกำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจสำหรับผู้ถือหุ้น
ไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดเสนอเรื่องใดเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม
ประธานฯ กล่าวขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่
ให้การสนับสนุนบริษัทฯให้กิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ลุล่วงไปด้วยดีรวมถึงการประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้
ประธานฯ กล่าวปิดประชุมเวลา 11.15 น.
นายสานติ กระจ่างเนตร์
ประธานที่ประชุม