บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
หมายเหตุประกอบงบการเงิน
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548
1. ข้อมูลทั่วไป
1.1 ข้อมูลทั่วไปของบริษัทฯ
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทยและได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2535 บริษัทฯมีภูมิลำเนาในประเทศไทยโดยดำเนินธุรกิจหลักในการก่อสร้าง และมีที่อยู่ตามที่จดทะเบียนและสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 451 ถนนลาซาล (สุขุมวิท 105) แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร บริษัทฯมีบริษัทย่อยหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศตามรายละเอียดในหมายเหตุ 3.1
1.2 ข้อมูลหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ
ส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯที่ได้รับอนุมัติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2539 บริษัทฯจะเลิกดำเนินธุรกิจในบางหน่วยงาน บริษัทฯได้แยกแสดง สินทรัพย์/หนี้สินสุทธิและผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจในงบดุลรวม และ งบกำไรขาดทุนรวม ณ วันที่และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548
2. เกณฑ์ในการจัดทำงบการเงิน
งบการเงินนี้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และการแสดงรายการในงบการเงินได้ทำขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงวันที่ 14 กันยายน 2544 ออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
งบการเงินนี้ได้จัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิมเว้นแต่จะได้เปิดเผยเป็นอย่างอื่นในนโยบายการบัญชี
3. เกณฑ์ในการจัดทำงบการเงินรวม
3.1 งบการเงินรวมได้จัดทำขึ้นโดยรวมงบการเงินของบริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) บริษัทย่อย (บริษัทย่อย) และกิจการร่วมค้าดังต่อไปนี้ :-
|
|
ประเทศที่ จดทะเบียน |
สกุลเงิน |
ทุนที่เรียกชำระแล้ว |
อัตราร้อยละของการ ถือหุ้นโดยกลุ่มบริษัท |
||
|
|
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
|
|
|
(หน่วย : พัน) |
ร้อยละ |
ร้อยละ |
|
|
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง |
|
|
|
|
|
|
|
ถือโดยบริษัทฯ |
|
|
|
|
|
|
|
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น |
|
|
|
|
|
|
|
(ไทย) จำกัด |
ไทย |
บาท |
1,000 |
1,000 |
100.0 |
100.0 |
|
เนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี |
|
|
|
|
|
|
|
และ เอ เอส ร่วมค้า |
ไทย |
บาท |
8,000 |
8,000 |
25.0 |
25.0 |
|
ธุรกิจลงทุนในหุ้น |
|
|
|
|
|
|
|
ถือโดยบริษัทฯ |
|
|
|
|
|
|
|
บริษัท ซี เอ็น ที โฮลดิ้งส์ จำกัด |
ไทย |
บาท |
2,600,000 |
2,600,000 |
100.0 |
100.0 |
|
ถือโดยบริษัทย่อย |
|
|
|
|
|
|
|
บริษัท อินโดไชน่า อินเวสเม้นทส์ จำกัด |
หมู่เกาะ |
|
|
|
|
|
|
|
เบอร์มิวดาร์ |
เหรียญสหรัฐฯ |
12 |
12 |
100.0 |
100.0 |
|
บริษัท ฮาร์โมนี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป จำกัด |
หมู่เกาะบริติช |
|
|
|
|
|
|
|
เวอร์จิน |
เหรียญสหรัฐฯ |
50 |
50 |
100.0 |
100.0 |
|
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ |
|
|
|
|
|
|
|
ถือโดยบริษัทย่อย |
|
|
|
|
|
|
|
บริษัท ซีเอ็น เพลส สีลม ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด |
ไทย |
บาท |
69,063 |
69,063 |
100.0 |
100.0 |
|
ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ |
|
|
|
|
|
|
|
ถือโดยบริษัทฯ |
|
|
|
|
|
|
|
บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด |
ไทย |
บาท |
1,000 |
1,000 |
100.0 |
100.0 |
บริษัทย่อย หมายถึง บริษัทที่กลุ่มบริษัทถือหุ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมและมีการควบคุมอย่างเป็นสาระสำคัญต่อการดำเนินงานของกิจการ
ในกรณีที่ได้มีการตัดสินใจให้บริษัทย่อยเลิกดำเนินธุรกิจหรือให้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย กลุ่มบริษัทได้ตั้งสำรองเผื่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลิกดำเนินธุรกิจไว้แล้ว
ตั้งแต่ปี 2545 บริษัทฯได้ร่วมกับบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ. เอส. แอสโซซิเอท เอ็นยิเนียริ่ง (1964) จำกัด เข้าทำสัญญากับกรุงเทพมหานครเพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียระยะที่สี่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยร่วม ลงทุนในรูปของกิจการร่วมค้าชื่อเนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี และ เอ เอส ร่วมค้า ในสัดส่วนเท่า ๆ กัน (ร้อยละ 25 ของเงินลงทุนทั้งหมด) งบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 และสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละปีจึงได้รวมสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายของ กิจการร่วมค้าดังกล่าวโดยใช้วิธีรวมตามสัดส่วนตามรายละเอียดดังนี้ :-
(หน่วย : ล้านบาท)
|
|
งบการเงินรวม |
|
|
|
2549 |
2548 |
|
สินทรัพย์หมุนเวียน |
3 |
30 |
|
หนี้สินหมุนเวียน |
- |
(11) |
|
รายได้ |
13 |
102 |
|
ค่าใช้จ่าย |
(15) |
(94) |
3.2 ในการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการซื้อกิจการจะมีการปรับปรุงมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สินที่ซื้อให้แสดงในราคายุติธรรมตามที่ผู้บริหารได้ประมาณขึ้น ผลต่างระหว่างมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ที่ซื้อตามราคายุติธรรมและมูลค่าที่จ่ายซื้อแสดงเป็นค่าความนิยม ซึ่งในอดีตจะถูกตัดจำหน่ายโดยตรงเข้าบัญชีกำไรสะสม อย่างไรก็ตาม ค่าความนิยมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2543 จะถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ใน งบดุลและตัดจำหน่ายโดยวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา 5 ปี หรือตัดจำหน่ายทั้งจำนวนหากมีข้อบ่งชี้ว่าเงินลงทุนนั้นเกิดการด้อยค่า
3.3 งบการเงินของบริษัทย่อยซึ่งจัดตั้งในต่างประเทศได้แปลงค่าเป็นเงินบาท โดยใช้อัตรา แลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ย ณ วันที่ในงบดุลสำหรับสินทรัพย์และหนี้สิน และอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยสำหรับปีสำหรับรายได้และค่าใช้จ่าย ผลต่างซึ่งเกิดขึ้นจากการแปลงค่าดังกล่าวได้แสดงไว้เป็นรายการ ผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน ในส่วนของผู้ถือหุ้น
3.4 ยอดคงค้างและรายการระหว่างกันที่มีสาระสำคัญและเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าในบัญชีของบริษัทฯ ทุนเรือนหุ้นของบริษัทย่อยและทุนของกิจการร่วมค้าได้ตัดออกจากงบการเงินรวมนี้แล้ว
3.5 ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าได้รวมคำนวณนับตั้งแต่วันที่กลุ่มบริษัทเข้าลงทุน หรือจนถึงวันที่กลุ่มบริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุน
3.6 งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ของบริษัทย่อยในต่างประเทศที่รวมอยู่ในงบการเงินรวมนี้เป็นงบการเงินที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายบริหารของบริษัทย่อยและยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทย่อยนั้น โดยมียอดสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 เป็นจำนวนประมาณ 367 ล้านบาท และ 393 ล้านบาท ตามลำดับ หรือร้อยละ 12 และร้อยละ 15 ของสินทรัพย์รวมตามลำดับ และรายได้รวมสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันเป็นจำนวนประมาณ 1.6 ล้านบาท และ 0.5 ล้านบาท ตามลำดับ หรือร้อยละ 0.03 และร้อยละ 0 ของรายได้รวม ตามลำดับ
4. มาตรฐานการบัญชีใหม่ที่ประกาศใช้
ในเดือนตุลาคม 2549 สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 เกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) โดยให้แก้ไขการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อย กิจการที่มีอำนาจควบคุมร่วม และบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุน โดยกิจการที่ไม่ประสงค์จะใช้ วิธีราคาทุนในปี 2549 ก็ให้ใช้วิธีส่วนได้เสียตามเดิมจนถึงสิ้นปี 2549 และให้ใช้วิธีราคาทุนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550
ทั้งนี้ บริษัทฯเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีในปี 2549 และได้ปรับย้อนหลังงบการเงินงวดก่อน เสมือนว่าบริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิสำหรับปี 2549 และ 2548 ลดลงเป็นจำนวนเงินประมาณ 14 ล้านบาท และ 46 ล้านบาท ตามลำดับ (ลดลง 0.04 บาทต่อหุ้น และ 0.13 บาทต่อหุ้นตามลำดับ) ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าวได้แสดงไว้ในหัวข้อ ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนในบริษัทย่อย ในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น (งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ)
5. นโยบายการบัญชีที่สำคัญ
5.1 การรับรู้รายได้
รายได้จากงานก่อสร้าง
รายได้จากการให้บริการตามสัญญาก่อสร้างระยะยาวซึ่งไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จะถือเป็นรายได้ตามส่วนของงานที่แล้วเสร็จจากการประเมินของผู้บริหารโครงการ โดยจะตั้งสำรองเผื่อผลขาดทุนสำหรับโครงการก่อสร้างทั้งจำนวนเมื่อทราบแน่ชัดว่าโครงการก่อสร้างนั้นจะประสบผลขาดทุน
ดอกเบี้ยรับ
ดอกเบี้ยถือเป็นรายได้ตามเกณฑ์คงค้างโดยคำนึงถึงอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง
เงินปันผลรับ
เงินปันผลรับถือเป็นรายได้เมื่อมีสิทธิในการรับเงินปันผล
5.2 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หมายความรวมถึงเงินสด และเงินฝากธนาคารและบริษัทเงินทุน และเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งถึงกำหนดจ่ายคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน และไม่มีข้อจำกัดในการเบิกใช้
5.3 ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างแสดงตามมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ บริษัทฯบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับผลขาดทุนโดยประมาณที่อาจเกิดขึ้นจากการเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ ซึ่งโดยทั่วไปพิจารณาจากประสบการณ์ในการเก็บเงินและการวิเคราะห์อายุลูกหนี้
5.4 งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญาและรายได้งานก่อสร้างรับล่วงหน้า
ต้นทุนงานก่อสร้างประกอบด้วย ต้นทุนค่าวัสดุ ค่าแรง ค่ารับเหมาก่อสร้างช่วง ค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่น
สัญญาที่มีต้นทุนงานก่อสร้างบวกกำไรที่คาดว่าจะได้รับเกินกว่าจำนวนเงินที่เรียกเก็บจากลูกค้าจะแสดงไว้เป็น งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา ภายใต้สินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุล ส่วนสัญญาที่มีการเรียกเก็บเงินจากลูกค้ามากกว่าต้นทุนงานก่อสร้างบวกกำไรที่คาดว่าจะได้รับจะแสดงไว้เป็น รายได้งานก่อสร้างรับล่วงหน้า ภายใต้หนี้สินหมุนเวียนในงบดุล
5.5 สินค้าคงเหลือ
สินค้าคงเหลือซึ่งประกอบด้วยวัสดุก่อสร้างและอะไหล่ ตีราคาตามราคาทุน (วิธีถัวเฉลี่ย) หรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ค่าเผื่อผลขาดทุนจะตั้งขึ้นสำหรับสินค้าที่เสื่อมสภาพ
5.6 เงินลงทุน
เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า (ในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ) แสดงมูลค่าตามวิธีราคาทุน
เงินลงทุนในบริษัทร่วมแสดงมูลค่าตามราคาทุน ผู้บริหารเชื่อว่าส่วนได้เสียในบริษัทร่วมจะไม่มีสาระสำคัญต่อกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ
เงินลงทุนในบริษัทอื่นแสดงมูลค่าตามราคาทุน ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนจะตั้งขึ้นเมื่อมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนจากเงินลงทุนต่ำกว่าราคาทุนในบัญชี
5.7 อาคารและอุปกรณ์
อาคารและอุปกรณ์แสดงตามราคาทุนหรือราคาที่ตีใหม่หลังหักค่าเสื่อมราคาสะสมและค่าเผื่อการด้อยค่า
บริษัทฯบันทึกมูลค่าเริ่มแรกของอาคารและอุปกรณ์ในราคาทุน ณ วันที่ได้สินทรัพย์มา หลังจากนั้นบริษัทฯได้จัดให้มีการประเมินราคาอาคารโดยผู้ประเมินราคาอิสระและบันทึกสินทรัพย์ดังกล่าวในราคาที่ตีใหม่ ทั้งนี้บริษัทฯได้จัดให้มีการประเมินราคาสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นครั้งคราวเพื่อมิให้ราคาตามบัญชี ณ วันที่ในงบดุลแตกต่างจากมูลค่ายุติธรรมอย่างมีสาระสำคัญ
บริษัทฯบันทึกส่วนต่างซึ่งเกิดจากการตีราคาสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ :-
- บริษัทฯบันทึกราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาใหม่ในบัญชี ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ในส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุล อย่างไรก็ตาม หากสินทรัพย์นั้นเคยมีการตีราคาลดลงและบริษัทฯได้รับรู้ราคาที่ลดลงเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนแล้ว ส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาใหม่นี้จะถูกรับรู้เป็นรายได้ไม่เกินจำนวนที่เคยลดลงซึ่งรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนปีก่อนแล้ว
- บริษัทฯรับรู้ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่ลดลงจากการตีราคาใหม่เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน อย่างไรก็ตาม หากสินทรัพย์นั้นเคยมีการตีราคาเพิ่มขึ้นและยังมียอดคงค้างของบัญชี ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ อยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น ส่วนที่ลดลงจากการตีราคาใหม่จะถูกนำไปหักออกจาก ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ไม่เกินจำนวนซึ่งเคยตีราคาเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน และส่วนที่เกินจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน
5.8 ค่าเสื่อมราคา
ค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์คำนวณจากราคาทุนหรือราคาที่ตีใหม่โดยวิธีเส้นตรง (เพื่อตัดมูลค่าต้นทุนหรือราคาที่ตีใหม่ของสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย) ตามอายุการใช้งานโดยประมาณ ดังนี้ :-
|
อาคารบนที่ดินเช่า |
- |
ตามอายุสัญญาเช่า |
|
เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง |
- |
3 - 10 ปี |
|
เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์ |
- |
3 - 6 ปี |
|
ยานพาหนะ |
- |
3 - 6 ปี |
ค่าเสื่อมราคาของอาคารส่วนที่ตีราคาเพิ่มคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ของอาคาร
ค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์ได้รวมอยู่ในการคำนวณผลการดำเนินงาน
5.9 รายการธุรกิจกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันกับบริษัทฯ หมายถึง บุคคลหรือกิจการที่มีอำนาจควบคุม บริษัทฯ หรือถูกควบคุมโดยบริษัทฯไม่ว่าจะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรืออยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับบริษัทฯ
นอกจากนี้บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันยังหมายรวมถึงบริษัทร่วมและบุคคลซึ่งมีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญกับบริษัทฯ ผู้บริหารสำคัญ กรรมการหรือพนักงานของบริษัทฯ ที่มีอำนาจในการวางแผนและควบคุมการดำเนินงานของบริษัทฯ
5.10 สินทรัพย์เช่า
สัญญาเช่าอุปกรณ์ที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนของความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ได้โอนไปให้กับผู้เช่าถือเป็นสัญญาเช่าการเงิน สัญญาเช่าการเงินจะบันทึกเป็นรายจ่ายฝ่ายทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่เช่าหรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิของจำนวนเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาเช่าแล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ภาระผูกพันตามสัญญาเช่าหักค่าใช้จ่ายทางการเงินจะบันทึกเป็นหนี้สินระยะยาว ส่วนดอกเบี้ยจ่ายจะบันทึกในงบกำไรขาดทุนตลอดอายุของสัญญาเช่า สินทรัพย์ที่ได้มาตามสัญญาเช่าการเงินจะคิดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ที่เช่า หรืออายุของสัญญาเช่า แล้วแต่ระยะเวลาใดจะต่ำกว่า
สัญญาเช่าอุปกรณ์ที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนทั้งหมดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงเป็นของผู้ให้เช่า จะถือเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน ค่าเช่าตามสัญญาจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนโดยวิธีเส้นตรงตลอดอายุการเช่า
5.11 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผลประโยชน์พนักงาน
บริษัทฯมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อประโยชน์ของพนักงานเมื่อเกษียณอายุหรือออกจากงาน ซึ่งสินทรัพย์ของกองทุนได้แยกไปดำเนินการโดยผู้จัดการกองทุนที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีโครงการสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับพนักงานรวมถึงโครงการช่วยเหลือเมื่อเกษียณอายุ ลาออก หรือถูกให้ออก โดยบริษัทฯได้ตั้งสำรองเพื่อผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งประมาณขึ้นโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ
บริษัทฯรับรู้ เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดรายการ
5.12 เงินตราต่างประเทศ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ที่เกิดรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศคงเหลือ ณ วันที่ในงบดุลแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ในงบดุล
กำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้รวมอยู่ในการคำนวณผลการดำเนินงาน
5.13 การด้อยค่าของสินทรัพย์
ทุกวันที่ในงบดุล บริษัทฯจะทำการประเมินว่ามีข้อบ่งชี้ซึ่งแสดงว่าสินทรัพย์ของบริษัทฯด้อยค่าลงหรือไม่ หากมีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า บริษัทฯจะทำการประมาณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์ และหากพบว่าราคาตามบัญชีของสินทรัพย์นั้นมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน บริษัทฯจะลดมูลค่าของสินทรัพย์นั้นลงให้เท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน และรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในงบกำไรขาดทุน (มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์หมายถึงราคาขายสุทธิหรือมูลค่าจากการใช้ของสินทรัพย์นั้นแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า)
5.14 ประมาณการหนี้สิน
บริษัทฯจะบันทึกประมาณการหนี้สินไว้ในบัญชีเมื่อภาระผูกพันซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ในอดีตได้เกิดขึ้นแล้วและมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่นอนว่าบริษัทฯจะเสียทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจไปเพื่อปลดเปลื้องภาระผูกพันนั้นและบริษัทฯสามารถประมาณมูลค่าภาระผูกพันนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ
5.15 ภาษีเงินได้
บริษัทฯบันทึกภาษีเงินได้โดยคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีตามกฎหมายภาษีอากร
5.16 การใช้ประมาณการทางบัญชี
ในการจัดทำงบการเงินตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ในบางสถานการณ์ฝ่ายบริหารอาจต้องใช้การประมาณและการตั้งสมมติฐาน ซึ่งมีผลกระทบต่อจำนวนเงินที่แสดงในงบการเงินและ หมายเหตุประกอบงบการเงิน ด้วยเหตุนี้ ผลที่เกิดขึ้นจริงจึงอาจแตกต่างไปจากจำนวนที่ประมาณไว้
6. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด/เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ตามที่แสดงอยู่ในงบดุลและงบกระแสเงินสดประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้ :-
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
เงินสดและเงินฝากธนาคาร |
191,023,211 |
341,527,811 |
128,372,128 |
266,910,829 |
|
เงินฝากประจำธนาคาร |
99,237,292 |
130,267,861 |
99,237,292 |
130,267,861 |
|
เงินฝากกับบริษัทเงินทุน |
3,100,000 |
3,070,000 |
- |
- |
|
รวม |
293,360,503 |
474,865,672 |
227,609,420 |
397,178,690 |
|
หัก : เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน |
(139,586,538) |
(83,839,733) |
(139,586,538) |
(83,839,733) |
|
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด |
153,773,965 |
391,025,939 |
88,022,882 |
313,338,957 |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯได้นำเงินฝากธนาคารจำนวนประมาณ 139.6 ล้านบาท (2548 : 83.8 ล้านบาท) ไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามของบริษัทฯ
7. ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง
ยอดคงเหลือของลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างได้รวมลูกหนี้จากโครงการก่อสร้างหลายโครงการซึ่ง เจ้าของโครงการกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงินและได้ชะลอการจ่ายค่าก่อสร้างที่มีต่อบริษัทฯออกไป บริษัทฯได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าของโครงการดังกล่าวบางโครงการแล้ว ยอดมูลค่าคงค้างของโครงการทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 มีดังต่อไปนี้ :-
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง |
548,112,644 |
389,884,511 |
548,112,644 |
384,782,605 |
|
เงินประกันผลงานตามสัญญาก่อสร้าง |
330,862,368 |
267,321,189 |
330,862,368 |
267,321,189 |
|
รวม |
878,975,012 |
657,205,700 |
878,975,012 |
652,103,794 |
|
หัก : ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ |
(107,922,670) |
(150,050,446) |
(107,922,670) |
(150,050,446) |
|
ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ |
771,052,342 |
507,155,254 |
771,052,342 |
502,053,348 |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ยอดคงเหลือของมูลค่าลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างแยกตามอายุหนี้ที่คงค้างนับจากวันที่ถึงกำหนดชำระมีดังต่อไปนี้ :-
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
อายุหนี้ค้างชำระ |
|
|
|
|
|
ไม่เกิน 3 เดือน |
432,243,920 |
198,908,413 |
432,243,920 |
193,806,507 |
|
3 - 6 เดือน |
18,806,115 |
22,598,105 |
18,806,115 |
22,598,105 |
|
6 - 12 เดือน |
12,382,563 |
26,312,884 |
12,382,563 |
26,312,884 |
|
มากกว่า 12 เดือนขึ้นไป |
84,680,046 |
142,065,109 |
84,680,046 |
142,065,109 |
|
|
548,112,644 |
389,884,511 |
548,112,644 |
384,782,605 |
บริษัทฯได้โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างบางโครงการให้แก่ธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อค้ำประกันวงเงินสินเชื่อของบริษัทฯที่ได้รับจากธนาคารนั้น
8. เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า
เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯบันทึกโดยวิธีราคาทุน ซึ่งประกอบด้วยเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทดังต่อไปนี้ :-
|
|
อัตราร้อยละของการถือหุ้น |
มูลค่าเงินลงทุนตามวิธีราคาทุน |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
|
ร้อยละ |
ร้อยละ |
บาท |
บาท |
เงินลงทุนในบริษัทย่อย |
|
|
|
|
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง |
|
|
|
|
|
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด |
100.0 |
100.0 |
1,000,000 |
1,000,000 |
ธุรกิจลงทุนในหุ้น |
|
|
|
|
|
บริษัท ซี เอ็น ที โฮลดิ้งส์ จำกัด |
100.0 |
100.0 |
2,599,999,930 |
2,599,999,930 |
ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ |
|
|
|
|
|
บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด |
100.0 |
100.0 |
1,000,000 |
1,000,000 |
|
รวม |
|
|
2,601,999,930 |
2,601,999,930 |
|
หัก : ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน |
|
|
(2,266,000,000) |
(2,266,000,000) |
|
รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อย - สุทธิ |
|
|
335,999,930 |
335,999,930 |
|
|
|
|
|
|
|
เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า |
|
|
|
|
|
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง |
|
|
|
|
|
เนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี และ เอ เอส ร่วมค้า |
25.0 |
25.0 |
- |
2,000,000 |
|
รวมเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า |
|
|
- |
2,000,000 |
|
รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า - สุทธิ |
|
|
335,999,930 |
337,999,930 |
ตั้งแต่ปี 2545 บริษัทฯได้ลงทุนในกิจการร่วมค้า เนาวรัตน์, อิตาเลียนไทย, คริสเตียนี และ เอ เอส ร่วมค้า คิดเป็นร้อยละ 25 ของเงินลงทุนทั้งหมด ในระหว่างปี 2549 บริษัทฯได้รับเงินปันผลจากกิจการร่วมค้าจำนวนทั้งสิ้น 12 ล้านบาท และได้รับคืนเงินลงทุนจำนวน 2 ล้านบาท
บริษัทฯได้นำใบหุ้นของบริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด และบริษัท ซีเอ็นที โฮลดิ้งส์ จำกัด ไปจำนำไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการประกันวงเงินสินเชื่อของบริษัทฯที่ได้รับจากธนาคารนั้น
9. เงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่น
เงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่นประกอบด้วยเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทดังต่อไปนี้ :-
|
|
อัตราร้อยละของการถือหุ้น |
งบการเงินรวม |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
|
ร้อยละ |
ร้อยละ |
บาท |
บาท |
|
เงินลงทุนในบริษัทร่วม |
|
|
|
|
|
บริษัท สหเครื่องจักรกล จำกัด |
31.94 |
31.94 |
7,500,000 |
7,500,000 |
|
รวม |
|
|
7,500,000 |
7,500,000 |
|
หัก : ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน |
|
|
(7,500,000) |
(7,500,000) |
|
เงินลงทุนในบริษัทร่วม - สุทธิ |
|
|
- |
- |
|
เงินลงทุนในบริษัทอื่น |
|
|
|
|
|
บริษัท แซทเทอร์น อิ้งค |
10.50 |
10.50 |
2,218,125 |
2,218,125 |
|
บริษัท ภูเก็ต แลนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด |
15.00 |
15.00 |
3,000,000 |
3,000,000 |
|
รวม |
|
|
5,218,125 |
5,218,125 |
|
หัก : ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน |
|
|
(3,000,000) |
(3,000,000) |
|
เงินลงทุนในบริษัทอื่น - สุทธิ |
|
|
2,218,125 |
2,218,125 |
|
รวมเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่น - สุทธิ |
|
|
2,218,125 |
2,218,125 |
ในระหว่างปี 2549 บริษัท ซี เอ็น ที โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้รับเงินปันผลจำนวนประมาณ 10 ล้านบาทจากบริษัท แซทเทอร์น อิ้งค จำกัด (2548 : 37 ล้านบาท) ซึ่งแสดงไว้ในงบกำไรขาดทุน
สินทรัพย์สุทธิตามงบการเงินซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท แซทเทอร์น อิ้งค ตามส่วนของเงินลงทุนของบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท (2548 : 22 ล้านบาท)
10. รายการธุรกิจกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
ในระหว่างปี บริษัทฯ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้ามีรายการธุรกิจที่สำคัญกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน รายการธุรกิจดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าและเกณฑ์ที่ตกลงกันระหว่างบริษัทฯและบริษัทเหล่านั้นซึ่งเป็นไปตามปกติธุรกิจ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ :-
(หน่วย : ล้านบาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
นโยบายการกำหนดราคาและการกู้ยืม |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
|
รายการกับบริษัทย่อย |
|
|
|
|
|
|
รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ |
- |
- |
0.1 |
0.9 |
ตามอัตราที่ตกลงร่วมกันซึ่งใกล้เคียงกับอัตราตลาด |
|
ดอกเบี้ยรับ |
- |
- |
0.8 |
0.8 |
อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชีขั้นต่ำ (MOR) บวกร้อยละ 0.25 ต่อปี |
|
ค่าบริการการจัดการจ่าย |
- |
- |
- |
1.6 |
ตามอัตราที่ตกลงร่วมกันซึ่งใกล้เคียงกับอัตราตลาด |
|
รายการกับกิจการร่วมค้า |
|
|
|
|
|
|
รายได้จากงานก่อสร้าง |
- |
24.5 |
2.0 |
38.3 |
ต้นทุนบวกกำไรส่วนเพิ่ม |
|
รายได้ค่าบริการ |
- |
- |
- |
0.3 |
ตามอัตราที่ตกลงร่วมกันซึ่งใกล้เคียงกับอัตราตลาด |
|
เงินปันผลรับ |
- |
- |
12.0 |
- |
ตามอัตราที่ประกาศจ่าย |
ยอดคงค้างระหว่างบริษัทฯและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 มีรายละเอียดดังนี้ :-
ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
|
|
|
2549 |
2548 |
|
|
|
(ปรับปรุงใหม่) |
|
ลูกหนี้บริษัทย่อย |
|
|
|
บริษัท ซีเอ็นที โฮลดิ้งส์ จำกัด |
2,808,147 |
2,808,147 |
|
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด |
19,367,585 |
18,528,671 |
|
บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด |
32,100 |
32,100 |
|
รวม |
22,207,832 |
21,368,918 |
|
หัก : ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ |
(18,500,000) |
(18,500,000) |
|
รวมลูกหนี้บริษัทย่อย - สุทธิ |
3,707,832 |
2,868,918 |
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
|
|
|
2549 |
2548 |
|
|
|
(ปรับปรุงใหม่) |
|
เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย |
|
|
|
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด |
10,300,000 |
10,800,000 |
|
หัก : ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ |
(10,300,000) |
(10,300,000) |
|
รวมเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย - สุทธิ |
- |
500,000 |
|
รวมลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย - สุทธิ |
3,707,832 |
3,368,918 |
ในระหว่างปี 2549 เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยมีการเคลื่อนไหวดังต่อไปนี้ :-
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
|||
|
|
ยอดคงเหลือ |
|
|
ยอดคงเหลือ |
|
|
ณ วันที่ 1 |
การเคลื่อนไหวในระหว่างปี |
ณ วันที่ 31 |
|
|
|
มกราคม 2549 |
เพิ่มขึ้น |
ลดลง |
ธันวาคม 2549 |
|
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น คอนสตรัคชั่น (ไทย) จำกัด |
10,800,000 |
- |
(500,000) |
10,300,000 |
|
รวม |
10,800,000 |
- |
(500,000) |
10,300,000 |
ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
ในปี 2549 บริษัทฯได้จ่ายเงินเดือน ค่าเบี้ยประชุมและเงินบำเหน็จให้แก่ กรรมการและผู้บริหาร เป็นจำนวนเงินประมาณ 37.3 ล้านบาท (2548 : 29.7 ล้านบาท)
ภาระค้ำประกันกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
บริษัทฯมีภาระจากการค้ำประกันให้กับกิจการที่เกี่ยวข้องกันตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบ งบการเงินข้อ 30
11. อาคารและอุปกรณ์
|
|
(หน่วย : บาท) |
||||
|
|
งบการเงินรวม |
||||
|
|
สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาที่ตีใหม่ |
สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาทุน |
|
||
|
|
|
เครื่องจักรและ |
เครื่องตกแต่ง |
|
|
|
|
อาคารบน |
อุปกรณ์ |
ติดตั้งและ |
|
|
|
|
ที่ดินเช่า |
ก่อสร้าง |
อุปกรณ์ |
ยานพาหนะ |
รวม |
|
ราคาทุน/ราคาที่ตีใหม่ : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
71,595,732 |
542,383,377 |
63,203,794 |
92,822,428 |
770,005,331 |
|
ซื้อเพิ่ม |
- |
40,821,547 |
8,240,705 |
13,154,192 |
62,216,444 |
|
จำหน่าย |
- |
(33,714,138) |
(3,907,187) |
(2,026,698) |
(39,648,023) |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
71,595,732 |
549,490,786 |
67,537,312 |
103,949,922 |
792,573,752 |
|
ค่าเสื่อมราคาสะสม : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
52,774,146 |
439,774,661 |
48,795,695 |
62,734,721 |
604,079,223 |
|
ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี (ราคาทุน) |
5,158,573 |
13,490,688 |
5,738,389 |
7,463,488 |
31,851,138 |
|
ค่าเสื่อมราคาสำหรับส่วนที่ตีราคาเพิ่ม |
342,205 |
- |
- |
- |
342,205 |
|
ค่าเสื่อมราคาของส่วนที่จำหน่าย |
- |
(29,300,321) |
(3,492,115) |
(1,095,499) |
(33,887,935) |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
58,274,924 |
423,965,028 |
51,041,969 |
69,102,710 |
602,384,631 |
|
ค่าเผื่อการด้อยค่า : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
972,374 |
19,603,495 |
690,302 |
21,000 |
21,287,171 |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
972,374 |
19,603,495 |
690,302 |
21,000 |
21,287,171 |
|
มูลค่าสุทธิตามบัญชี : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
17,849,212 |
83,005,221 |
13,717,797 |
30,066,707 |
144,638,937 |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
12,348,434 |
105,922,263 |
15,805,041 |
34,826,212 |
168,901,950 |
|
ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี : |
|
|
|
|
|
|
2548 |
|
|
|
|
28,114,259 |
|
2549 |
|
|
|
|
32,193,343 |
|
ขาดทุนจากการด้อยค่าสำหรับปี: |
|
|
|
|
|
|
ปี 2548 |
|
|
|
|
972,374 |
|
ปี 2549 |
|
|
|
|
- |
|
(หน่วย : บาท) |
||||
|
|
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||||
|
|
สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาที่ตีใหม่ |
สินทรัพย์ซึ่งแสดงตามราคาทุน |
|
||
|
|
|
เครื่องจักรและ |
เครื่องตกแต่ง |
|
|
|
|
อาคารบน |
อุปกรณ์ |
ติดตั้งและ |
|
|
|
|
ที่ดินเช่า |
ก่อสร้าง |
อุปกรณ์ |
ยานพาหนะ |
รวม |
|
ราคาทุน/ราคาที่ตีใหม่ : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
71,595,732 |
542,383,377 |
62,720,873 |
92,561,999 |
769,261,981 |
|
ซื้อเพิ่ม |
- |
40,821,547 |
8,240,705 |
13,154,192 |
62,216,444 |
|
จำหน่าย |
- |
(33,714,138) |
(3,429,266) |
(1,766,269) |
(38,909,673) |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
71,595,732 |
549,490,786 |
67,532,312 |
103,949,922 |
792,568,752 |
|
ค่าเสื่อมราคาสะสม : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
52,774,146 |
439,774,661 |
48,443,995 |
62,537,795 |
603,530,597 |
|
ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี (ราคาทุน) |
5,158,573 |
13,490,688 |
5,663,208 |
7,431,095 |
31,743,564 |
|
ค่าเสื่อมราคาสำหรับส่วนที่ตีราคาเพิ่ม |
342,205 |
- |
- |
- |
342,205 |
|
ค่าเสื่อมราคาของส่วนที่จำหน่าย |
- |
(29,300,321) |
(3,070,233) |
(866,180) |
(33,236,734) |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
58,274,924 |
423,965,028 |
51,036,970 |
69,102,710 |
602,379,632 |
|
ค่าเผื่อการด้อยค่า : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
972,374 |
19,603,495 |
690,302 |
21,000 |
21,287,171 |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
972,374 |
19,603,495 |
690,302 |
21,000 |
21,287,171 |
|
มูลค่าสุทธิตามบัญชี : |
|
|
|
|
|
|
ณ 31 ธันวาคม 2548 |
17,849,212 |
83,005,221 |
13,586,576 |
30,003,204 |
144,444,213 |
|
ณ 31 ธันวาคม 2549 |
12,348,434 |
105,922,263 |
15,805,040 |
34,826,212 |
168,901,949 |
|
ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี : |
|
|
|
|
|
|
2548 |
|
|
|
27,966,589 |
|
|
2549 |
|
|
|
32,085,769 |
|
|
ขาดทุนจากการด้อยค่าสำหรับปี: |
|
|
|
|
|
|
ปี 2548 |
|
|
|
|
972,374 |
|
ปี 2549 |
|
|
|
|
- |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯมีอาคารและอุปกรณ์จำนวนหนึ่งซึ่งตัดค่าเสื่อมราคาหมดแล้วแต่ยังใช้งานอยู่ ราคาทุนก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสมของสินทรัพย์ดังกล่าวมีจำนวนเงินประมาณ 576 ล้านบาท (2548 : 598 ล้านบาท)
ในปี 2542 บริษัทฯได้จัดให้มีการประเมินราคาอาคารโดยผู้ประเมินราคาอิสระโดยใช้เกณฑ์ราคาตลาด ซึ่งผลจากการประเมินแสดงมูลค่าอาคารเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวมประมาณ 7 ล้านบาท บริษัทฯได้บันทึกการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอาคารดังกล่าวใน ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ในส่วนของผู้ถือหุ้น
หากบริษัทฯแสดงมูลค่าของอาคารด้วยวิธีราคาทุน มูลค่าสุทธิตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 ตามวิธีราคาทุนจะเป็นดังนี้ :-
(หน่วย : บาท)
|
|
|
งบการเงินรวม |
||
|
|
|
|
2549 |
2548 |
|
มูลค่าสุทธิตามบัญชี |
|
|
|
|
|
(ตามราคาทุน) : |
|
|
|
|
|
อาคารบนที่ดินเช่า |
|
|
12,348,434 |
17,507,007 |
12. สินทรัพย์สุทธิของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ
(หน่วย : บาท)
|
|
|
งบการเงินรวม |
||
|
|
|
|
2549 |
2548 |
|
สินทรัพย์รวม |
|
|
309,691,972 |
339,511,224 |
|
หนี้สินรวม |
|
|
(97,127) |
(123,330) |
|
สินทรัพย์สุทธิก่อนค่าเผื่อ |
|
|
309,594,845 |
339,387,894 |
|
หัก : ค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินทรัพย์ |
|
|
(2,854,600) |
(2,854,600) |
|
สินทรัพย์สุทธิ |
|
|
306,740,245 |
336,533,294 |
สินทรัพย์สุทธิของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์สุทธิของบริษัท ฮาร์โมนี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ซีเอ็น เพลส สีลม ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด
บริษัท ฮาร์โมนี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป จำกัด ได้นำเงินฝากธนาคารจำนวนประมาณ 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือเทียบเท่า 150 ล้านบาท) ไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อของบริษัทฯ
13. เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยเงินลงทุนในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ :-
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
ที่ดิน |
107,007,464 |
107,007,464 |
107,007,464 |
107,007,464 |
|
อาคารชุด |
9,313,950 |
9,313,950 |
9,313,950 |
9,313,950 |
|
รวม |
116,321,414 |
116,321,414 |
116,321,414 |
116,321,414 |
|
หัก : ค่าเผื่อการลดมูลค่าเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ |
(22,231,414) |
(22,231,414) |
(22,231,414) |
(22,231,414) |
|
เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ - สุทธิ |
94,090,000 |
94,090,000 |
94,090,000 |
94,090,000 |
บริษัทฯได้นำที่ดินของบริษัทฯจำนวน 3 แปลงไปจดจำนองไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อเป็น หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินเบิกเกินบัญชีที่ได้รับจากธนาคารแห่งนั้นตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุ 14
14. เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคารของบริษัทฯค้ำประกันโดยการจำนำเงินฝากธนาคาร การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างบางโครงการ การจำนำใบหุ้นของบริษัทย่อย และการจดจำนองที่ดินของบริษัทฯ
15. หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและเช่าการเงิน
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและเช่าการเงิน |
29,520,076 |
18,720,764 |
29,520,076 |
18,720,764 |
|
หัก : ดอกเบี้ยรอการตัดจำหน่าย |
(3,824,806) |
(1,927,191) |
(3,824,806) |
(1,927,191) |
|
|
25,695,270 |
16,793,573 |
25,695,270 |
16,793,573 |
|
หัก : ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี |
(9,520,844) |
(6,087,037) |
(9,520,844) |
(6,087,037) |
|
หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อและเช่าการเงิน - สุทธิ |
|
|
|
|
|
จากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี |
16,174,426 |
10,706,536 |
16,174,426 |
10,706,536 |
บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าการเงินกับบริษัทลีสซิ่งเพื่อเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ โดยมีกำหนดการชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน ค่าเช่าที่จะต้องจ่ายตามสัญญาตั้งแต่ปี 2550 ถึงปี 2553 มีจำนวนรวมประมาณ 29.3 ล้านบาท สินทรัพย์ซึ่งบริษัทฯได้มาภายใต้สัญญาเช่าการเงินจะถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ของบริษัทฯในราคาเงินสดโดยมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีหลังหักค่าเสื่อมราคาสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จำนวนประมาณ 27.5 ล้านบาท (2548 : 16.4 ล้านบาท)
16. ประมาณการหนี้สินจากภาระค้ำประกันและหนี้สินอื่น
ในระหว่างปี 2546 บริษัทฯได้ตั้งสำรองสำหรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากภาระค้ำประกันและหนี้สินอื่นซึ่งเจ้าหนี้ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯจำนวน 112 ล้านบาท สำรองดังกล่าวประมาณขึ้นในอัตราร้อยละ 3 ของยอดหนี้ค้ำประกันและหนี้สินตามคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งได้แก่ เจ้าหนี้ค้ำประกัน เงินกู้ยืมของกลุ่มบริษัท เจ้าหนี้ตามหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ เจ้าหนี้ตามหนังสือค้ำประกันซึ่งกำหนดมูลค่าและไม่กำหนดมูลค่า เพื่อเป็นการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้างของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ เจ้าหนี้กรมสรรพากรและเจ้าหนี้อื่น ๆ ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อมั่นว่าสำรองดังกล่าวจะครอบคลุมผลขาดทุนและจะไม่มีหนี้สินอื่นที่เป็นสาระสำคัญที่อาจจะเกิดขึ้นจากภาระหนี้ดังกล่าว
ในระหว่างปี 2547 และ 2548 บริษัทฯได้รับการยกหนี้สินบางส่วนสำหรับเจ้าหนี้กลุ่มที่ 9 และ12 จำนวนประมาณ 24 ล้านบาท และจ่ายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มที่ 8 และ 9 จำนวนประมาณ 16 ล้านบาทตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ในระหว่างปี 2549 บริษัทฯได้จ่ายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มที่ 8 จำนวนประมาณ 3 ล้านบาทตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 คงเหลือประมาณการหนี้สินจำนวนประมาณ 69 ล้านบาท (2548 : 72 ล้านบาท)
17. ทุนเรือนหุ้น
(หน่วย : บาท)
|
|
2549 |
2548 |
|
ทุนอนุมัติและจดทะเบียน |
|
|
|
หุ้นสามัญ 401,162,888 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท |
401,162,888 |
401,162,888 |
|
ทุนที่ออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่าแล้ว |
|
|
|
หุ้นสามัญ 401,161,682 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท |
401,161,682 |
401,161,682 |
18. ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์
ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ คือส่วนเกินทุนจากการตีราคาอาคาร ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าว จะทยอยตัดจำหน่ายโดยใช้วิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ของสินทรัพย์นั้น และบันทึกโอนไปยังกำไรสะสมโดยตรง
(หน่วย : บาท)
|
|
งบการเงินรวม |
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
||
|
|
2549 |
2548 |
2549 |
2548 |
|
อาคาร |
6,848,742 |
6,848,742 |
6,848,742 |
6,848,742 |
|
หัก : ค่าตัดจำหน่ายสะสม |
(6,848,742) |
(6,506,537) |
(6,848,742) |
(6,506,537) |
|
ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ - สุทธิ |
- |
342,205 |
- |
342,205 |
|
|
|
|
|
|
|
จำนวนตัดจำหน่ายเข้าบัญชีกำไรสะสมสำหรับปี |
342,205 |
342,204 |
342,205 |
342,204 |
ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าวไม่สามารถนำมาหักกับขาดทุนสะสมและไม่สามารถจ่ายเป็นเงินปันผลได้
19. สำรองตามกฎหมาย
เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 บริษัทฯต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิประจำปีหักด้วยยอดขาดทุนสะสมยกมา (ถ้ามี) จนกว่าทุนสำรองนี้จะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน สำรองตามกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถนำไปจ่ายเงินปันผลได้
20. หุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อย
หุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อยแสดงตามราคาทุนของหุ้นสามัญจำนวน 13.55 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาทรวม 13.55 ล้านบาท ซึ่งออกจำหน่ายโดยบริษัทฯตามแผนการปรับโครงสร้างทุนของบริษัทฯและได้ถือไว้โดยบริษัทย่อย การถือหุ้นดังกล่าวได้แสดงไว้เป็นรายการหักในส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินรวมเพื่อแสดงส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯสุทธิ
21. แผนฟื้นฟูกิจการ
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2545 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้บริษัทฯทำการฟื้นฟูกิจการตามคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ พร้อมทั้งได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัดเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการตามที่เสนอ
แผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ :-
1. การปรับโครงสร้างทุน
1) โอนเงินสำรองตามกฎหมาย ส่วนเกินและส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นเพื่อชดเชยขาดทุนสะสม
2) ลดทุนจดทะเบียนส่วนที่ยังไม่ได้เรียกชำระจำนวน 18,035,800 หุ้นลงทั้งจำนวน ทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯลดลงจาก 1,592,193,200 บาท (หุ้นสามัญ 159,219,320 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) เป็น 1,411,835,200 บาท (หุ้นสามัญ 141,183,520 หุ้น มูลค่า หุ้นละ 10 บาท)
3) ลดทุนเพื่อชดเชยขาดทุนสะสมโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 0.01 บาท เพื่อดำเนินการเพิ่มทุนต่อไป
4) เพิ่มทุนจดทะเบียนในวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนและ/หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญและ/หรือหลักทรัพย์แปลงสภาพแก่ผู้ถือหุ้นเดิมและ/หรือจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัดและ/หรือเพื่อขายต่อประชาชนทั่วไป
2. การปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท โดยบริษัทฯจะเน้นการดำเนินธุรกิจการรับเหมาก่อสร้างในประเทศเป็นหลัก โดยบริษัทมีแผนที่จะขายหุ้นหรือขายโครงการหรือเลิกกิจการของ บริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ไม่ได้ดำเนินกิจการหรือดำเนินงานขาดทุน
3. การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้และแนวทางการชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มซึ่งมีทั้งหมด 12 กลุ่ม
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2546 บริษัทฯได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าวเพื่อเสนอต่อเจ้าหนี้ โดยเจ้าหนี้ส่วนใหญ่มีมติอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 และศาลล้มละลายกลางได้ให้ความ เห็นชอบต่อแผนฟื้นฟูกิจการแล้วเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2546 โดยศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้บริษัท ซี เอ็น แอดไวซอรี่ จำกัด เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2546 บริษัทฯได้ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าว ซึ่งแผนการปรับโครงสร้างทุน การปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท และการปรับโครงสร้างหนี้โดยส่วนใหญ่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจากบริษัทฯสามารถปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการในส่วนที่สำคัญสำเร็จแล้วและได้พิจารณาตั้งสำรองสำหรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากภาระค้ำประกันและหนี้สินอื่นไว้แล้วในบัญชี บริษัทฯจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548 และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 บริษัทฯได้กันเงินสำรองเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ยังไม่มีคำสั่งถึงที่สุดเป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาท ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี
22. เงินปันผลจ่าย
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯครั้งที่ 367 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของปี 2548 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นประมาณ 40 ล้านบาท เงินปันผลเสนอจ่ายนี้ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัทฯครั้งที่ 73 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549 โดยบริษัทฯจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 15 พฤษภาคม 2549
23. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
บริษัทฯไม่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2549 และ 2548 เนื่องจากบริษัทฯมีผลขาดทุนทางภาษียกมาจากปีก่อน ๆ
24. กำไรต่อหุ้น
กำไรต่อหุ้นที่แสดงในงบกำไรขาดทุนเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานซึ่งคำนวณโดยการหารกำไรสุทธิสำหรับปีด้วยจำนวนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญที่ออกอยู่ในระหว่างปี โดยในงบการเงินรวมเป็นยอดสุทธิจากหุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อย ตามรายละเอียดดังนี้ :-
(หน่วย : หุ้น)
|
|
2549 |
2548 |
|
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ) |
401,161,682 |
401,161,682 |
|
หัก : หุ้นของบริษัทฯที่ถือโดยบริษัทย่อย |
(13,552,457) |
(13,552,457) |
|
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก - สุทธิ (งบการเงินรวม) |
387,609,225 |
387,609,225 |
25. ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญางานระหว่างก่อสร้าง
ต้นทุนการก่อสร้างรวมที่เกิดขึ้นปรับปรุงด้วยกำไรหรือขาดทุนที่รับรู้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ของงานก่อสร้างตามสัญญามีจำนวนประมาณ 11,360 ล้านบาท (เฉพาะของบริษัทฯ : 11,010 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทฯและกิจการร่วมค้าได้เรียกเก็บเงินสดจากผู้ว่าจ้างแล้วประมาณ 10,324 ล้านบาท (เฉพาะของบริษัทฯ 9,974 ล้านบาท)
26. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
บริษัทฯและพนักงานบริษัทฯได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 โดยบริษัทฯและพนักงานจะจ่ายสมทบเข้ากองทุนเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้บริหารโดยบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด และจะจ่ายให้แก่พนักงานเมื่อพนักงานนั้นออกจากงานตามระเบียบว่าด้วยกองทุนของบริษัทฯ ในระหว่างปี 2549 บริษัทฯได้จ่ายเงินสมทบกองทุนเป็นจำนวนเงิน 8.3 ล้านบาท (2548: 7.2 ล้านบาท)
27. จำนวนและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
|
|
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
|
|
|
2549 |
2548 |
|
จำนวนพนักงาน ณ วันสิ้นปี (คน) |
6,594 |
4,236 |
|
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานสำหรับปี (พันบาท) |
727,672 |
546,977 |
28. การเสนอข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน
บริษัทฯ บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าดำเนินกิจการส่วนใหญ่ในส่วนงานเดียวคือธุรกิจรับเหมา ก่อสร้างโดยมีส่วนงานทางภูมิศาสตร์ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ
ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงานทางภูมิศาสตร์ของบริษัทฯ บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า ณ วันที่และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 เป็นดังนี้ :-
(หน่วย : ล้านบาท)
|
|
งบการเงินรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม |
||||
|
|
|
ประเทศอื่นในทวีป |
รายการ |
รวม |
|
|
|
ประเทศไทย |
เอเชีย |
ตัดบัญชี |
2549 |
2548 |
|
|
|
|
|
|
|
|
รายได้จากงานก่อสร้าง |
4,839 |
- |
(2) |
4,837 |
3,623 |
|
กำไรจากการดำเนินงาน |
63 |
4 |
(17) |
50 |
134 |
|
ดอกเบี้ยจ่าย |
(2) |
- |
- |
(2) |
(1) |
|
ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
- |
- |
- |
- |
(2) |
|
ผลการดำเนินงานของหน่วยงาน ที่เลิกดำเนินธุรกิจ |
- |
18 |
- |
18 |
5 |
|
กำไรสุทธิ |
|
|
|
66 |
136 |
(หน่วย : ล้านบาท)
|
|
งบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม |
||||
|
|
|
ประเทศอื่นในทวีป |
รายการ |
รวม |
|
|
|
ประเทศไทย |
เอเชีย |
ตัดบัญชี |
2549 |
2548 |
|
ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ |
771 |
- |
- |
771 |
507 |
|
งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา |
1,045 |
- |
- |
1,045 |
671 |
|
อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ |
169 |
- |
- |
169 |
145 |
|
สินทรัพย์อื่น |
4,979 |
417 |
(4,342) |
1,054 |
1,335 |
|
รวมสินทรัพย์ |
6,964 |
417 |
(4,342) |
3,039 |
2,658 |
บริษัทฯ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าใช้เกณฑ์ในการกำหนดราคาระหว่างกันตามที่กล่าวไว้ใน หมายเหตุ 10
29. ภาระผูกพัน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทและบริษัทฯมีภาระผูกพันนอกเหนือจากที่เปิดเผยไว้ในหมายเหตุอื่นแล้วดังต่อไปนี้ :-
(ก) ภาระผูกพันเกี่ยวเนื่องกับสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานและคลังสินค้าของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ และภาระผูกพันตามสัญญาเช่าระยะยาวอื่น ค่าเช่าที่จะต้องจ่ายในอนาคตตามสัญญาเช่ามีจำนวนประมาณ 1.1 ล้านบาท (2548 : 6.6 ล้านบาท)
(ข) บริษัทฯมีภาระผูกพันส่วนใหญ่เกี่ยวกับสัญญาเช่าดำเนินงานเป็นจำนวนเงินประมาณ 15.3 ล้านบาท (2548 : 15.7 ล้านบาท)
30. หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทและบริษัทฯมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่เปิดเผยไว้ในหมายเหตุอื่นแล้วดังต่อไปนี้ :-
(ก) บริษัทฯได้ออกหนังสือค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ่ายเงินตามสัญญาการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้าง และการประกันวงเงินสินเชื่อเป็นจำนวนเงินประมาณ 359 ล้านบาท (2548 : 367 ล้านบาท) นอกจากนี้ บริษัทฯได้ออกหนังสือค้ำประกันทั้งที่กำหนดมูลค่าและไม่กำหนดมูลค่าเพื่อเป็นการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้างของบริษัทย่อยในต่างประเทศ ซึ่งในปี 2546 บริษัทฯได้บันทึกหนี้สินสำหรับภาระค้ำประกันดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยประมาณจากจำนวนภาระค้ำประกันสูงสุดที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ
(ข) บริษัทฯมีหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามบริษัทฯเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,449 ล้านบาท (2548 : 1,063 ล้านบาท) ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับภาระผูกพันทางปฏิบัติบางประการตามปกติธุรกิจของ บริษัทฯ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,121ล้านบาทในนามของกลุ่มบริษัท ซึ่งบริษัทฯได้บันทึกหนี้สินสำหรับภาระค้ำประกันดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยประมาณจากจำนวนภาระค้ำประกันสูงสุดที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2549 บริษัทฯได้รับแจ้งจากหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทฯแสดงความจำนงขอร่วมประมูลโครงการก่อสร้างว่าหน่วยงานดังกล่าวจะยึดหลักประกันซองจำนวน 168 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการในการประมูลโครงการ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2549 บริษัทฯได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงเหตุผลและขอให้ทบทวนแนวปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับการประมูลโครงการก่อสร้าง และวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัทฯได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาเพิกถอนคำสั่งยึดหรือริบหลักประกันซอง และได้ยื่นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของหน่วยงานการปกครองเพื่อระงับการเรียกชำระเงินตามหนังสือยึดหลักประกันซองดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัทฯได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแห่งหนึ่งซึ่งบริษัทฯยื่นขอความเป็นธรรมคำสั่งยึดหลักประกันซอง ว่าการยึดหลักประกันซองดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการประมูลโครงการ และไม่อาจเลือกปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้ขอความเห็นจากที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯ ซึ่งที่ปรึกษาทางกฎหมายได้ให้ความเห็นว่าโอกาสที่บริษัทฯจะชนะคดีมีค่อนข้างสูง ดังนั้น ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อว่าจะไม่มีหนี้สินที่เป็นสาระสำคัญเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว
(ค) บริษัทฯเข้าค้ำประกันต่อธนาคารในประเทศแห่งหนึ่งสำหรับวงเงินสินเชื่อและวงเงินค้ำประกันที่ธนาคารแห่งนั้นได้ให้แก่บริษัทร่วมในต่างประเทศในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 103 ล้านโครนเดนมาร์ค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้รับหนังสือค้ำประกันจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทร่วมดังกล่าวสำหรับ หนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และภายใต้ข้อตกลงระหว่างธนาคารกับบริษัทร่วมแห่งนั้นจะไม่มีการให้สินเชื่อเพิ่มเติม และภาระค้ำประกันที่มีอยู่จะทยอยลดลงตามอายุของหนังสือค้ำประกัน ซึ่ง ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อว่าภาระค้ำประกันดังกล่าวจะสิ้นสุดในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากเมษายน 2544 และบริษัทฯได้บันทึกหนี้สินสำหรับภาระค้ำประกันดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยประมาณจากจำนวนภาระค้ำประกันสูงสุดที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ
(ง) ในระหว่างปี 2545 บริษัทฯได้ยื่นขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของปี 2542 - 2544 ต่อกรมสรรพากรเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 67 ล้านบาท จากการตรวจสอบเพื่อคืนภาษีโดยเจ้าหน้าที่สรรพากร บริษัทฯถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์เป็นจำนวนเงินประมาณ 118 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนทางภาษียกมาของปีเดียวกัน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2545 บริษัทฯได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2548 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยให้ปลดภาษีที่ประเมินลงบางส่วนคงเหลือภาษีที่ประเมินรวมเบี้ยปรับเงินเพิ่มเป็นจำนวนเงินประมาณ 93 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2548 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้จำนวน 118 ล้านบาท และเห็นว่าเจ้าหนี้มีสิทธิหักกลบลบหนี้ดังกล่าวกับเงินที่เจ้าหนี้แจ้งคืนเงินภาษีอากรจึงมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นจำนวนประมาณ 61 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2548 บริษัทฯได้ยื่นขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548 บริษัทฯได้ยื่นคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2549 ศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำพิพากษาและวันที่ 22 กันยายน 2549 บริษัทฯได้รับสำเนาคำพิพากษาจากศาลภาษีอากรกลางให้บริษัทฯชนะคดีในบางประเด็นทำให้บริษัทฯได้รับการปลดภาษีที่ประเมินลงบางส่วนคงเหลือประมาณ 16 ล้านบาท ขณะนี้คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทฯเชื่อว่าจะไม่มีหนี้สินที่เป็นสาระสำคัญเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว และสำรองทั่วไปที่ตั้งไว้ในบัญชีมีจำนวนที่เพียงพอ
31. เครื่องมือทางการเงิน
31.1 นโยบายการบริหารความเสี่ยง
ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 48 เรื่องการแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลสำหรับเครื่องมือทางการเงิน บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่แสดงในงบดุลประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า และเงินลงทุน บริษัทฯมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการเงินดังกล่าว และมีนโยบายในการบริหารความเสี่ยงดังนี้
31.1.1 ความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อ
บริษัทฯมีความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง ฝ่ายบริหารควบคุมความเสี่ยงนี้โดยการกำหนดให้มีนโยบายและวิธีการในการควบคุมสินเชื่อที่เหมาะสม ดังนั้น บริษัทฯจึงไม่คาดว่าจะได้รับความเสียหายที่เป็นสาระสำคัญจากการให้สินเชื่อ นอกจากนี้ การให้สินเชื่อของบริษัทฯไม่มีการกระจุกตัวเนื่องจากบริษัทฯมีฐานของลูกค้าที่หลากหลายและมีอยู่จำนวนมากรายและให้บริการแก่ลูกค้าที่มีฐานะด้านการชำระหนี้ดีเป็นส่วนใหญ่ จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทฯอาจต้องสูญเสียจากการให้สินเชื่อคือมูลค่าตามบัญชีของลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างหักด้วยค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่แสดงอยู่ในงบดุล
31.1.2 ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
บริษัทฯและบริษัทย่อยมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับเงินฝากกับธนาคาร และเงินเบิกเกินบัญชี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินส่วนใหญ่มีอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นลงตามอัตราตลาดหรือมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราตลาดในปัจจุบัน ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยของบริษัทฯจึงอยู่ในระดับต่ำ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 สินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่สำคัญสามารถจัดตามประเภทอัตราดอกเบี้ย และสำหรับสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่สามารถแยกตามวันที่ครบกำหนด หรือ วันที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยใหม่ (หากวันที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยใหม่ถึงก่อน) ได้ดังนี้
|
งบการเงินรวม |
|||||
|
|
อัตราดอกเบี้ยคงที่ |
อัตราดอกเบี้ย |
|
|
|
|
|
|
ภายใน |
มากกว่า 1 |
ปรับขึ้นลงตาม |
ไม่มีอัตรา |
|
|
|
|
1 ปี |
ถึง 5 ปี |
อัตราตลาด |
ดอกเบี้ย |
รวม |
อัตราดอกเบี้ย |
|
|
(ล้านบาท) |
(ร้อยละต่อปี) |
||||
|
สินทรัพย์ทางการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด |
43 |
- |
102 |
9 |
154 |
0.12% - 5.00% |
|
ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ |
- |
- |
- |
771 |
771 |
- |
|
เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน |
59 |
- |
81 |
- |
140 |
0.50% - 4.10% |
|
สินทรัพย์ของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ |
304 |
- |
2 |
1 |
307 |
0.25% - 7.30% |
|
|
406 |
- |
185 |
781 |
1,372 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
หนี้สินทางการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร |
- |
- |
7 |
- |
7 |
7.00% - 8.00% |
|
เจ้าหนี้การค้าและต้นทุนการก่อสร้างค้างจ่าย |
- |
- |
- |
1,022 |
1,022 |
- |
|
หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อ และเช่าการเงิน |
- |
26 |
- |
- |
26 |
7.40% - 8.60% |
|
|
- |
26 |
7 |
1,022 |
1,055 |
|
|
|
งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ |
|||||
|
|
อัตราดอกเบี้ยคงที่ |
อัตราดอกเบี้ย |
|
|
|
|
|
|
ภายใน |
มากกว่า 1 |
ปรับขึ้นลงตาม |
ไม่มีอัตรา |
|
|
|
|
1 ปี |
ถึง 5 ปี |
อัตราตลาด |
ดอกเบี้ย |
รวม |
อัตราดอกเบี้ย |
|
|
(ล้านบาท) |
(ร้อยละต่อปี) |
||||
|
สินทรัพย์ทางการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด |
40 |
- |
41 |
7 |
88 |
0.12% - 4.85% |
|
ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง - สุทธิ |
- |
- |
- |
771 |
771 |
- |
|
เงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน |
59 |
- |
81 |
- |
140 |
0.50% - 4.10% |
|
เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย |
- |
- |
10 |
- |
10 |
MOR + 0.25% |
|
|
99 |
- |
132 |
778 |
1,009 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
หนี้สินทางการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร |
- |
- |
7 |
- |
7 |
7.00% - 8.00% |
|
เจ้าหนี้การค้าและต้นทุนการก่อสร้างค้างจ่าย |
- |
- |
- |
1,022 |
1,022 |
- |
|
หนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อ และเช่าการเงิน |
- |
26 |
- |
- |
26 |
7.40% - 8.60% |
|
|
- |
26 |
7 |
1,022 |
1,055 |
|
31.1.3 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทฯและบริษัทย่อยมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องจากการซื้อหรือขายสินค้าหรือให้บริการเป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯและบริษัทย่อยมิได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯมียอดคงเหลือของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ดังนี้
|
|
สินทรัพย์ทาง |
หนี้สินทาง |
อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย |
|
สกุลเงิน |
การเงิน |
การเงิน |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 |
|
|
|
|
(บาทต่อหน่วยเงินตราต่างประเทศ) |
|
เหรียญสหรัฐอเมริกา |
584,468 |
169,372 |
36.0455 |
|
ปอนด์สเตอลิง |
- |
10,917 |
70.7350 |
|
โครนเดนมาร์ค |
2,260 |
- |
6.3530 |
31.2 มูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน
เนื่องจากสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินส่วนใหญ่ของบริษัทฯและบริษัทย่อยจัดอยู่ในประเภทระยะสั้น หรือมีอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด บริษัทฯและบริษัทย่อย จึงประมาณมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินใกล้เคียงกับมูลค่าตามบัญชีที่แสดงในงบดุล
มูลค่ายุติธรรม หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงแลกเปลี่ยนสินทรัพย์กันในขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีความรอบรู้ และเต็มใจในการแลกเปลี่ยนและสามารถต่อรองราคากันได้อย่างเป็นอิสระในลักษณะที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน วิธีการกำหนดมูลค่ายุติธรรมขึ้นอยู่กับลักษณะของเครื่องมือทางการเงิน มูลค่ายุติธรรมจะกำหนดจากราคาตลาดล่าสุด หรือกำหนดขึ้นโดยใช้เกณฑ์การวัดมูลค่าที่เหมาะสม
32. เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯครั้งที่ 371 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของปี 2549 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้นประมาณ 20.06 ล้านบาท โดยบริษัทฯจะนำเสนอเพื่อขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวในที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัทฯต่อไป
33. การจัดประเภทรายการในงบการเงิน
ได้มีการจัดประเภทรายการบัญชีในงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดประเภทรายการบัญชีของปีปัจจุบันซึ่งไม่มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิหรือส่วนของผู้ถือหุ้นตามที่ได้รายงานไปแล้ว
34. การอนุมัติงบการเงิน
งบการเงินนี้ได้รับอนุมัติให้เผยแพร่จากคณะกรรมการของบริษัทฯในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550