ปัจจัยความเสี่ยง
ปัจจัยความเสี่ยงทั้งจากภายนอกและภายในที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของบริษัทฯ พอสรุปได้ดังต่อไปนี้
ในรอบปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ ทำให้การคำนวณราคาต้นทุนในการก่อสร้างเกิดความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกับเครื่องจักรในการก่อสร้าง ซึ่งต้นทุนในบางโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการของโครงการนั้นๆ นอกจากนั้น โครงการก่อสร้างที่ขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไป จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โดยการวางแผนการก่อสร้างอย่างรัดกุม และดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานในทุกโครงการ
บริษัทฯ อาจจะประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากภาวะอุตสาหกรรมการก่อสร้างขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการช่วงชิงแรงงาน และการจ่ายค่าแรงที่สูงกว่าปกติ ทั้งนี้เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โดยการวางแผนการว่าจ้างแรงงานให้เหมาะสมกับการดำเนินการก่อสร้างโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ การจ่ายค่าแรงที่เหมาะสมตามภาวะตลาด การฝึกอบรมและให้ความรู้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับบุคลากรในระดับต่างๆ ทำให้ระยะที่ผ่านมาบริษัทฯ ไม่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน
เนื่องจากบางโครงการมีระยะเวลาในการคิดราคาเพื่อประมูล
หรือเตรียมการก่อนการดำเนินการ
ค่อนข้างสั้น
ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเตรียมตัวหรือการป้องกันสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย
ถึงแม้ว่าในขั้นตอนการคำนวณราคา บริษัทฯ ได้เผื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไว้บ้างแล้วก็ตาม
แต่บางกรณีก็ไม่เพียงพอทำให้เกิดต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น
โดยไม่สามารถคาดการณ์ได้
ภาระการค้ำประกัน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทและบริษัทฯ มีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ่ายเงินตามสัญญาการประกันการทำงานตามสัญญาก่อสร้างและการประกันวงเงินสินเชื่อ รวมถึงหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในนามบริษัทฯ ซึ่งเกี่ยวกับภาระผูกพันทางปฏิบัติบางประการตามปกติธุรกิจของบริษัทฯ
นอกจากนี้ยังมีหลักประกันซองจำนวน 168 ล้านบาท ที่บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการก่อสร้างหน่วยงานหนึ่ง และต่อมาบริษัทฯ ได้รับแจ้งจากหน่วยงานนั้นว่าจะยึดหลักประกันซอง เนื่องจากบริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการในการประมูลโครงการ ต่อมาบริษัทฯ ได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงเหตุผลและขอให้ทบทวนแนวปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับการประมูลโครงการก่อสร้าง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาเพิกถอนคำสั่งยึดหรือริบหลักประกันซอง และได้ยื่นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของหน่วยงานการปกครองเพื่อระงับการเรียกชำระเงินตามหนังสือยึดหลักประกันซองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่บริษัทฯ ยื่นขอความเป็นธรรมคำสั่งยึดหลักประกันซองได้แจ้งว่าการยึดหลักประกันซองนั้นเป็นไปตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการประมูล และไม่อาจเลือกปฏิบัติได้ บริษัทฯ จึงได้ขอความเห็นจากที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯ ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายได้ให้ความเห็นว่าโอกาสที่บริษัทฯ จะชนะคดีมีค่อนข้างสูง ดังนั้นฝ่ายบริหารเชื่อว่าจะไม่มีหนี้สินที่เป็นสาระสำคัญเกิดขึ้นจากกรณีนี้