คำอธิบายและวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

 

การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี

แก้ไขการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยจากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุน

        ในเดือนตุลาคม 2549 สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 เกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) โดยให้แก้ไขการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อย กิจการที่มีอำนาจควบคุมร่วม และบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการ จากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุน โดยกิจการที่ไม่ประสงค์จะใช้วิธีราคาทุนในปี 2549 ก็ให้ใช้วิธีส่วนได้เสียตามเดิมจนถึงสิ้นปี 2549 และให้ใช้วิธีราคาทุนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550

ทั้งนี้ บริษัทฯ เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีในปี 2549 และได้ปรับย้อนหลังงบการเงินงวดก่อน เสมือนว่าบริษัทฯ บันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิสำหรับปี 2549 และ 2548 ลดลงเป็นจำนวนเงินประมาณ 14 ล้านบาท และ 46 ล้านบาท ตามลำดับ (ลดลง 0.04 บาทต่อหุ้น และ 0.13 บาทต่อหุ้นตามลำดับ) ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าวได้แสดงไว้ในหัวข้อ “ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนในบริษัทย่อย” ในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น (งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ)

อย่างไรก็ตาม ผลจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและบริษัทย่อยแต่อย่างใด

 

 

 

 

คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานปี 2549 เทียบกับปี 2548

งบการเงินเฉพาะบริษัทและงบการเงินรวม

 

สินทรัพย์รวม

สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2549 จำนวน 3,002 ล้านบาท และสินทรัพย์รวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ สิ้นปี 2549 จำนวน 3,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 เป็นจำนวน 433 ล้านบาท และ 381 ล้านบาท เทียบเท่า 16.85% และ 14.33% ตามลำดับ จากรายได้จากงานก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 269 ล้านบาท และ 264 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นลูกหนี้ที่อยู่ในช่วงไม่เกิน 3 เดือน งานระหว่างก่อสร้างเพิ่มขึ้น 378 ล้านบาท และ 374 ล้านบาท และเงินฝากที่ติดภาระผูกพันเพิ่มขึ้น ทั้งในงบการเงินเฉพาะและงบการเงินรวมเท่ากับ 56 ล้านบาท

 

หนี้สินรวม

หนี้สินรวมของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2549 จำนวน 2,102 ล้านบาท และหนี้สินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ สิ้นปี 2549 จำนวน 2,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 เป็นจำนวน 422 ล้านบาท และ 410 ล้านบาท เทียบเท่า 25.12% และ 24.17% ตามลำดับ เนื่องจากเจ้าหนี้การค้าและต้นทุนงานก่อสร้างค้างจ่ายเพิ่มขึ้น 323 ล้านบาท และ 311 ล้านบาท เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าและประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นทั้งในงบการเงินเฉพาะและงบการงินรวมเท่ากับ 46 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การจ่ายชำระหนี้ของบริษัทฯ ยังคงสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้การค้าในระยะเวลาการชำระหนี้ 60 ถึง 70 วัน

 

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เท่ากับ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 เป็นจำนวน 11 ล้านบาท เทียบเท่า 1.24 % มาจากกำไรสุทธิประจำปี 2549 จำนวน 52 ล้านบาท และเงินปันผลจ่ายจำนวน 40 ล้านบาท

 

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เท่ากับ 933 ล้านบาท ลดลงจากปี 2548 เป็นจำนวน 30 ล้านบาท เทียบเท่า 3.12% มาจากผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินลดลงจำนวน 57 ล้านบาท จากการแข็งค่าของเงินบาท และการจ่ายเงินปันผลประจำปี จำนวน 40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำปี 2549 เป็นจำนวน 66 ล้านบาท

 

จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อยในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ จากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44  และได้ปรับย้อนหลังงบการเงินงวดก่อนเสมือนว่าบริษัทฯ บันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ สำหรับปี 2549 และ 2548 ลดลงเป็นจำนวนเงิน 33 ล้านบาท และ 74 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ กับส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและบริษัทย่อยจึงมีมูลค่าต่างกัน  อย่างไรก็ตาม ผลจากการเปลี่ยนแปลงไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและบริษัทย่อยแต่อย่างใด

 

สภาพคล่อง

สภาพคล่องของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ  อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ ในงบการเงินเฉพาะและงบการเงินรวม ยังคงอยู่ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกับปี 2548 โดยในปี 2549 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 1.19 เท่า และ 1.22 เท่า ลดลงจากปี 2548 ซึ่งมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 1.26 เท่า  และ 1.31 เท่า และมีอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วปี 2549 เท่ากับ 0.45 เท่า และ 0.49 เท่า ลดลงจากปี 2548 ซึ่งมีอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วเท่ากับ 0.54 เท่า และ 0.59 เท่า อย่างไรก็ตาม จากอัตราส่วนดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ สอดคล้องกับนโยบายการจ่ายชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้

 

รายได้รวมและกำไรขั้นต้นจากการประกอบการ

รายได้รวมของบริษัทฯ และรายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2549 จำนวน 4,856 ล้านบาท และ 4,867 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 เป็นจำนวน 1,285 ล้านบาท และ 1,173 ล้านบาท เทียบเท่า 35.98 %  และ 31.75 % ตามลำดับ มีรายได้หลักจากการรับเหมาก่อสร้าง มีสัดส่วน ณ สิ้นปี 2549 เท่ากับ 99.39% ของรายได้รวม สิ้นปี 2548 เท่ากับ 99.02% ของรายได้รวม และ ในงบการเงินรวม สิ้นปี 2549 เท่ากับ 99.39% ของรายได้รวม สิ้นปี 2548 เท่ากับ 98.10% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของปี 2549 ลดลง 32 ล้านบาท และ 45 ล้านบาท เทียบเท่า 13.17% และ 17.44% ตามลำดับ เป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด ทำให้ต้นทุนหลักในการดำเนินงานก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นตามอย่างเป็นสาระสำคัญ  นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สำรองผลขาดทุนของโครงการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากการขยายระยะเวลาในสัญญางานก่อสร้าง ที่เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งจำนวน

 

ค่าใช้จ่ายในการบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทฯ และของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2549 จำนวน 155 ล้านบาท และ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ทั้งในงบการเงินเฉพาะและงบการเงินรวมเท่ากับ 10 ล้านบาท เทียบเท่า 6.90% และ 6.62% ตามลำดับ จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรซึ่งเป็นไปตามสภาวะของตลาดและอุตสาหกรรม

 

ต้นทุนงานก่อสร้าง

ต้นทุนที่สำคัญในงานก่อสร้างคือ วัตถุดิบ, ผู้รับเหมาช่วงและค่าแรง ซึ่งต้นทุนดังกล่าวขึ้นอยู่กับสภาวะการตลาด สำหรับต้นทุนของบริษัทฯ และของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2549 เท่ากับ 4,615 ล้านบาท และ 4,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 จำนวน 1,323 ล้านบาท และ 1,259 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของรายได้จากกิจการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการสำรองผลขาดทุนของโครงการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากการขยายระยะเวลาในสัญญางานก่อสร้าง ที่เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งจำนวน ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

               

ดอกเบี้ยจ่าย

ดอกเบี้ยจ่ายในงบการเงินเฉพาะของบริษัทและงบการเงินรวมในปี 2549 มีจำนวน 1.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 จำนวน 0.78 ล้านบาท หรือ 72.57% ตามสัญญาเช่าการเงินกับบริษัทลีสซี่งเพื่อเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในการดำเนินงาน

 

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับงวด

บริษัทฯ ไม่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลในงบการเงินเฉพาะและงบการเงินรวมสำหรับปี 2549 เนื่องจากบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนทางภาษียกมาจากปีก่อน

               

ผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจ

ผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจในงบการเงินรวมปี 2549 มียอดเพิ่มขึ้นจากปี 2548 จำนวน 12 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 200% ทั้งนี้เนื่องจากในปี 2549 อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยรับจากสินทรัพย์สุทธิของหน่วยงานที่เลิกดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น

 

กำไรสุทธิ

กำไรสุทธิของบริษัทฯ และของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2549  มีจำนวน 52 ล้านบาท และ 66 ล้านบาท ตามลำดับ ลดลงจากปี 2548 เป็นจำนวน 38 ล้านบาท และ 70 ล้านบาท เนื่องจากกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ และของบริษัทและบริษัทย่อยลดลงจำนวน 38 ล้านบาท และ 45 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 42.22% และ 51.47% ตามลำดับ ตามสาเหตุที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ประกอบกับในปี 2548 บริษัทฯ มีรายการโอนกลับหนี้สินจากภาระค้ำประกันจำนวน 8 ล้านบาท   และบริษัทย่อยได้รับเงินปันผลจากบริษัทร่วมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2548 เป็นจำนวน 27 ล้านบาท

 

จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อยในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ จากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44  และได้ปรับย้อนหลังงบการเงินงวดก่อนเสมือนว่าบริษัทฯ บันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด ทำให้งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ แสดงกำไรสุทธิสำหรับปี 2549 และ 2548 ลดลงเป็นจำนวนเงินประมาณ 14 ล้านบาท และ 46 ล้านบาท ตามลำดับ (ลดลง 0.04 บาทต่อหุ้น และ 0.13 บาทต่อหุ้นตามลำดับ) เป็นผลให้กำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะของบริษัทกับกำไรสุทธิในงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อยมีมูลค่าที่ต่างกัน ทั้งนี้ ผลจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในงบการเงินรวมแต่อย่างใด

 

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

1. ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (audit fee)

บริษัทและบริษัทย่อยจ่าย ค่าตอบแทนการสอบบัญชี ให้แก่

-         ผู้สอบบัญชีของบริษัท ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนเงินรวม                         -            บาท

-         สำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด  บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนเงินรวม    1,990,000    าท

 

2. ค่าบริการอื่น (non-audit fee)

บริษัทและบริษัทย่อยจ่าย ค่าตอบแทนของงานบริการอื่น ซึ่งได้แก่  การให้บริการด้านกฎหมายและภาษี   ให้แก่

-         ผู้สอบบัญชีของบริษัท ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนเงินรวม                         -                            บาทและจะต้องจ่ายในอนาคตอันเกิดจากการตกลงที่ยังให้บริการไม่แล้วเสร็จในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา
มีจำนวนเงินรวม          -              บาท

-      สำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและ
สำนักงานสอบบัญชีดังกล่าว ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามีจำนวนเงินรวม           180,000        บาทและจะต้องจ่ายในอนาคตอันเกิดจากการตกลงที่ยังให้บริการไม่แล้วเสร็จในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา
มีจำนวนเงินรวม                  -                      บาท