|
บมจ. คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย)
ได้ตระหนักถึงบทบาท
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการสร้างเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ
เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
โปร่งใส และมีความเท่าเทียมกันทุกฝ่าย
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการตัดสินใจต่างๆ
ของคณะกรรมการจะเป็นไปโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและบริษัทฯโดยรวมเป็นสำคัญ
ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ เมื่อวันที่
23 กุมภาพันธ์ 2550
ได้มีมติประกาศให้ใช้นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการบริษัท
คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
ซึ่งได้กำหนดให้สอดคล้องกับหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน
ดังนี้
1. นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการของบริษัทฯ
มีหน้าที่รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ
ในอันที่จะดูแลรักษาผลประโยชน์
และดำเนินกิจการด้วยความมุ่งมั่นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นทุกรายโดยเท่าเทียมกัน
โดยปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการบริหารงานของบริษัทฯ
เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
และเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
รวมถึงการทบทวนนโยบายและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
2.
สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการของบริษัทฯ
ตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับข่าวสารข้อมูลของบริษัทฯ
ล่วงหน้าอย่างถูกต้องและทันเวลาโดยเท่าเทียมกัน
และได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวใน Website ของบริษัทฯ
เป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะจัดส่งเอกสาร
เพื่อให้ผู้ถือหุ้นใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนรวมถึงในการเข้าร่วมประชุมประจำปีผู้ถือหุ้น
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
ผู้ถือหุ้นสามารถมอบอำนาจให้คณะกรรมการอิสระใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทนได้
นอกจากนี้หากมีวาระพิเศษเป็นกรณีเร่งด่วน บริษัทฯ
จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณี ๆ ไป
3. สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ
คณะกรรมการของบริษัทฯ
ตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการดำเนินกิจการของบริษัทฯ
อันได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้าและเจ้าหนี้
คู่แข่งขันทางการค้า และสังคมส่วนรวม โดยมีการกำกับให้บริษัทฯ
มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฏหมายและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
บริษัทฯ
ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิ์ของผู้มีส่วนได้เสีย โดยสรุปดังนี้
1. ผู้ถือหุ้น
: บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง
โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นทุกรายโดยเท่าเทียมกัน
2. พนักงาน
: บริษัทฯ ได้ปฎิบัติกับพนักงานอย่างเป็นธรรม
และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม
3. ลูกค้า
: บริษัทฯ
ได้สนองความต้องการของลูกค้าด้วยงานที่มีคุณภาพและบริการที่ดี
โดยมีการรับประกันผลงานการก่อสร้าง
ภายใต้ข้อกำหนดและระยะเวลาอันเหมาะสมและเป็นธรรมต่อลูกค้า
4. คู่ค้าและเจ้าหนี้ : บริษัทฯ
ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้ตามเงื่อนไขที่มีต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด
5. คู่แข่งขันทางการค้า :
บริษัทฯ
ได้ประพฤติตามกรอบกติกาของการแข่งขันที่เป็นธรรมและหลีกเลี่ยงวิธีการที่ไม่สุจริต
เพื่อทำลายชื่อเสียงของผู้แข่งขัน
6. สังคมส่วนรวม : บริษัทฯ
ให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมส่วนรวมตามความสามารถของบริษัทฯ
และไม่กระทำการใด ๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ และสิ่งแวดล้อม
4. การประชุมผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการบริษัทฯ
จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีภายในสี่เดือนนับจากวันปิดรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นปีของบริษัทฯ
โดยมีการจัดส่งวาระการประชุม และข้อมูลต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7
วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น
พร้อมกำหนดเวลาและสถานที่ที่สะดวกและเหมาะสมต่อผู้ถือหุ้นและได้เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าใน
Website ของบริษัทฯ ก่อนจัดส่งเอกสาร
นอกจากนั้น
ประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯ
สอบถามและแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ
5. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์
คณะกรรมการของบริษัทฯ มีอิสระในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจ
พร้อมทั้งมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำพาบริษัทฯ ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ
ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้
6. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
คณะกรรมการบริษัทฯ
ได้ทราบถึงรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และรายการที่เกี่ยวโยงกัน
และได้พิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบทุกครั้ง
โดยราคาและเงื่อนไขจะเหมือนกับการทำรายการกับบุคคลภายนอก และได้เปิดเผยรายละเอียด
มูลค่ารายการ ไว้ในแบบแสดงรายการประจำปี และรายงานประจำปี
รวมถึงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน - เพื่อเป็นการป้องกันการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
บริษัทฯ มีมาตรการในการดูแลการใช้ข้อมูลภายใน
โดยห้ามมิให้ผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลภายในก่อนการเปิดเผยสู่สาธารณะ -
กำหนดให้ผู้บริหารต้องจัดทำรายงานการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
7. จริยธรรมธุรกิจ
เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างโปร่งใส
มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงกำหนดจรรยาบรรณของบริษัทฯ ขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการ
ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างทุกคนใช้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
ควบคู่ไปกับข้อบังคับและระเบียบของบริษัทฯ ดังรายละเอียดปรากฎในส่วนที่ 2 ของคู่มือ
"เรื่อง จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจและจรรยาบรรณของพนักงาน ทั้งนี้
พนักงานทุกคนได้รับเอกสารเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจและจรรยาบรรณของพนักงานและถือเป็นกรอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทฯ
8.
การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
กรรมการของบริษัทฯ ประกอบด้วยตัวแทนจากผู้ถือหุ้น ผู้ทรงคุณวุฒิ
และบุคคลที่คณะกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเสนอชื่อให้เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ
9.
บทบาทระหว่างประธานคณะกรรมการและกรรมการผู้จัดการ
ประธานคณะกรรมการบริษัทฯ
มิได้เป็นบุคคลคนเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ
กับฝ่ายบริหาร
10. ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหาร
บำเหน็จกรรมการจะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี
โดยคณะกรรมการจะเสนออัตราบำเหน็จกรรมการให้ที่ประชุมพิจารณา
โดยค่าตอบแทนที่ได้จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของกรรมการแต่ละคน
โดยแบ่งเป็นประธานคณะกรรมการบริษัท ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ
และกรรมการ
ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงจะอยู่ในรูปของเงินเดือน
และผลตอบแทนจูงใจซึ่งสอดคล้องกับผลงานของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารการว่าจ้างผู้บริหารระดับสูงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานคณะกรรมการบริษัทก่อน
11. การประชุมคณะกรรมการ
มีการจัดการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยทุกไตรมาส
เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน อนุมัติงบกำไรขาดทุน หารือในกิจการของบริษัทฯ
โดยบริษัทฯ จะจัดส่งเป็นหนังสือนัดประชุมระบุวาระการประชุม
และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมให้คณะกรรมการได้ศึกษาก่อนมีการประชุมอย่างน้อย
3-7 วันล่วงหน้า หากในกรณีที่มีเรื่องจำเป็นเร่งด่วน
อาจเรียกให้มีการประชุมคณะกรรมการได้โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือแจ้งล่วงหน้า
คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ
จะมีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีภายนอกและแผนกตรวจสอบภายในของบริษัทฯ
เพื่อพิจารณาความถูกต้องของงบการเงิน
และจะได้นำเสนอคณะกรรมการของบริษัทฯ
เพื่อพิจารณาและลงนามก่อนมีการนำส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
12.
การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเฉพาะเรื่อง
เพื่อให้มีการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานที่สำคัญอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ
คณะกรรมการ จึงให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
โดยแต่งตั้งจากคณะกรรมการของบริษัทฯ จำนวน 3 ท่าน และ 1 ท่าน
ต้องมีความรู้ด้านบัญชี / การเงิน
โดยคณะกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
เรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ /
กำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ดูแลรายงานทางการเงิน ระบบการควบคุมภายใน
การคัดเลือกผู้ตรวจสอบบัญชี
การพิจารณาความขัดแย้งทางผลประโยชน์รวมถึงการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ
13. ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน
บริษัทฯ ได้จัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน
ขึ้นตรงกับกรรมการผู้จัดการ
และทำงานร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบและผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก
เพื่อคอยควบคุมและตรวจสอบการทำงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ข้อบังคับ
และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
14. รายงานของคณะกรรมการ
คณะกรรมการของบริษัทฯ
ได้จัดทำรายงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในแต่ละปีให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบ
โดยส่งรวมไปกับเอกสารการประชุมประจำปีผู้ถือหุ้น
15. ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน
บริษัทฯ ได้จัดส่งรายงานประจำปี งบการเงิน
และเอกสารอธิบายผลการดำเนินงานของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทฯทุกปี
และมีการจัดทำ website
เพื่อเปิดเผยข้อมูลการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน
ทันเวลา โปร่งใส
เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้ข้อมูลกับนักลงทุนนอกเหนือจากการแจ้งข่าวผ่านทาง
website ของตลาดหลักทรัพย์ฯ |